Submitted by ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ on Fri, 09/25/2009 - 10:46
มีใครมีความรู้สึกอย่างนี้บ้างหรือเปล่าครับ
เหตุและปัจจัยขอบันทึกทีหลังเอาเป็น "ความรู้สึก" ก่อนละกัน อยากจะฟ้องศาลปกครอง แต่ก็เกรงวิชาชีพจะวุ่นวาย
อยากให้ "กรรมการสภา หรือ กรรมการจรรยาบรรณ" เรียกไปสอบสวน หลังจากที่ลงกระทู้นี้ไปแล้ว หึ หึ เอาเลยครับ
ปัญหาเกิดจาก "กรรมการชุดนี้บางคน" หรือ "นายกสภาฯคนนี้" หรือ "โครงสร้างกฎหมายตาม พรบ." ...หรือปนๆกัน
เชิญออก "ความรู้สึก" กันตามสบายไปก่อนเด้อออออ ....... สุภาพ สุภาพ และ สุภาพ กันเด้ออออ




ขออนุญาตพี่ยอดก่อนออกความเห็น
ขออนุญาตพี่ยอดก่อนออกความเห็นโพสข้อมูลนี้ก่อนนะครับ
=================================
"สมาคมสถาปนิกสยามฯ ไม่ใช่หน่วยงานภายใต้สภาสถาปนิก
สมาคมสถาปนิกสยามฯไม่ใช่หน่วยงานรัฐแต่เป็น NGO
สภาสถาปนิกเป็นหน่วยงานรัฐ
การเป็นสมาชิกของสภาสถาปนิก "ไม่ได้" รับสิทธิ์เป็นสมาชิกของสมาคมสถาปนิกฯโดยอัตโนมัติ
สมาชิกของสมาคมสถาปนิกสยามฯ มีจำนวนแค่เป็นพันคน สมาชิกของสภาสถาปนิกที่เป็นสถาปนิกสถาปัตยกรรมหลักมีเป็นหมื่นคน
สภาสถาปนิก สั่ง สมาคมสถาปนิกสยามฯ ให้ทำหรือไม่ทำอะไรไม่ได้
สมาคมสถาปนิกสยามฯ สั่ง สภาสถาปนิก ให้ทำหรือไม่ทำอะไรไม่ได้
เว็บบอร์ดนี้เป็นของสมาคมสถาปนิกฯ ไม่ใช่สภาสถาปนิก
สภาสถาปนิก ไม่มีเว็บบอร์ด ถ้าอยากรู้ว่า ทำไมสภาสถาปนิกไม่มีเว็บบอร์ด ให้ไปถามสภาสถาปนิก โดยการเขียนจดหมายเป็นกระดาษ เพราะส่งทางอีเมล์ สภาสถาปนิก ไม่เคยตอบอีเมล์
กฎ ระเบียบ ที่บังคับสถาปนิก ที่เป็น กฎหมาย ออกโดย สภาสถาปนิก ไม่ใช่ สมาคมสถาปนิกฯ
การสอบใบอนุญาต การออกใบอนุญาตเป็นเรื่องของ สภาสถาปนิก ไม่ใช่ สมาคมสถาปนิก
คณะทำงานของสมาคมสถาปนิกสยามฯเป็นคณะทำงานอาสาสมัคร ไม่ได้เงินเดือน ไม่ได้เป็นหนี้ใครเลยต้องมาทำงานอาสาสมัคร"
จะเขียน เรื่อยๆ แบบย้ำคิดย้ำทำ แผ่นเสียงตกร่อง จนกว่าจะได้ยินกันทั่วๆ ครับ
==================================
...เมื่อไม่กี่วันก่อน
...เมื่อไม่กี่วันก่อน ได้อ่านจดหมายเหตุอาษา ในหน้าที่ 4 เรื่องสรุปงาน ASA เสวนา ตอน CPD..ดี (หรือไม่ดี) จริงหรือ?...
ขอยกเอาความบางตอนที่เขียนไว้ในนั้นมา...
"...ซึ่งผู้แทนสภาสถาปนิกได้ชี้แจงว่าปัจจุบันอยู่ในระหว่างร่างระเบียบ ขอให้รอดูรายละเอียดจริงที่จะประกาศใช้..."
กับ
"...ก่อนปิดเสวนาที่ประขุมได้รับทราบข้อมูลจากผู้แทนสภาสถาปนิกว่า ข้อบังคับเรื่อง พ.ว.ต.ได้ถูกส่งไปเพื่อรอประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว จึงน่าจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในเร็ววันนี้..."
...
อ่านแล้วได้ความว่า...สภาสภาปนิกคิดว่าอะไรดีสำหรับวงการวิชาชีพ ท่านก็จะทำไป และท่านไม่ถามเหล่าบรรดาสถาปนิกหรอกว่า ที่ท่านคิดว่าดีนั้น เหล่าบรรดาสถาปนิกคิดเห็นอย่างไร...
มีเรื่องแปลกมากๆ
มีเรื่องแปลกมากๆ อย่างหนึ่งคือ เรื่องอะไรก็ตามที่เกิดจากทางสภาสถาปนิกเป็นผู้กำหนด
สถาปนิกทั่วไป ถ้ารู้ว่า ใครก็ตามไปช่วยงานสภาสถาปนิก สถาปนิกคนนั้นจะโดนโทรมา ด่า เป็นประจำ
หรือแม้แต่คนของสมาคมสถาปนิกฯ หรือตัวผมเองที่ไม่ใช่กรรมการสภา จะมีอีเมล์มา ด่า เรื่องสภาฯ
พอผมบอกว่า ผมไม่ได้เป็นกรรมการสภาสถาปนิก ไม่ได้เป็นอะไรในสภาสถาปนิก คนคนนั้นตอบกลับมาว่า ฝากไปแล้วกัน
ผมเลยตอบว่า คนคนนั้นก็รู้จัก กรรมการสภาหลายคน ทำไมไม่โทรไปพูดเองเลยละ คนนั้นตอบว่า ไม่อยากโทรไป เพราะพูดไปก็ไม่รับฟัง
ผมก็เลยบอกว่า อ้าว แล้วกัน ทำไมอย่างนี้แหละ เค้านะเป็นตัวแทนพวกเรานะครับ เราเลือกเข้าไปเอง ถึงจะเป็นแค่ส่วนหนึ่ง ทำไมไม่คุยตรงละ
เค้าก็ตอบกลับมาว่า ไม่คุย ฝากไปแล้วกัน
ผมไม่เข้าใจว่าทำไม ผมต้องเป็น กระโถน ให้สภาสถาปิก ครับ ตอบไม่ได้จริงๆ ครับ
ผมเลยไม่ส่งเรื่องนี้ต่อ เพราะ ผมไม่ต้องการเป็นกระโถน ครับผม
=^-^=
กระผมเข้าใจ
กระผมเข้าใจ นายกสภาฯคนนี้
เหมือนเคยเข้าใจ...พณฯท่าน.
คุณ ม่
คุณ ม่ ทราบหรือไม่ว่า
สภากำลังจะแก้กฎกระทรวงกำหนดวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม สาขาสถาปัตยกรรมหลัก ที่กำหนดขนาดของการออกแบบอาคาร (ที่ไม่จำเป็นต้องมีสถาปนิก) จากเดิมไม่เกิน 150 ตารางเมตร เป็นไม่เกิน 400 ตารางเมตร
คุณ ม่ เห็นด้วยหรือไม่ครับ
น้ำนิ่งไหลลึก ทะเลลึก
น้ำนิ่งไหลลึก ทะเลลึก สุดยิ่งจะหยั่งถึง
น้ำร้อนปลาเป็น น้ำเย็นปลาตาย
เรือที่แล่นไปในนาวา เอาหัววิ่งหรือท้ายวิ่ง
คนในเรือก็มีส่วน เช่น จะเอาเท้าราน้ำหรือวักน้ำ
http://www.asa.or.th/?q=node/
http://www.asa.or.th/?q=node/99438
POP
มีความรู้สึกเหมือนอาจารย์ยอดเ
มีความรู้สึกเหมือนอาจารย์ยอดเยี่ยมครับ
แต่........ ไม่รู้จะทำอย่างไร
สภาฯ มีหน้าที่ออกกฏระเบียบ ข้อบังคับ แต่........ไม่ได้ถามความคิดเห็นจากสมาชิก .............?????
กระผมเข้าใจ...คุณณัฐพล และ
กระผมเข้าใจ...คุณณัฐพล และ พี่วิญญู เช่นกันครับ
แต่ใครจะเข้าใจ...กระผมเข้าใจ คุณธวัช เช่นกันครับ
ไอซีเห็นดิเอ็นจบ
http://www.law.moi.go.th/2552
http://www.law.moi.go.th/2552/comreport2552.htm
การออกกฎหรือข้อบังคับต่างๆที่
การออกกฎหรือข้อบังคับต่างๆที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพสถาปนิก เป็นหน้าที่ของสภาฯ
ซึ่งอาจจะให้คุณหรือให้โทษแก่บรรดาสถาปนิกทั้งหลาย
การให้คุณ(การคุ้มครองและการปกป้อง) เราก็ย่อมชอบ
การให้โทษ(การควบคุมและการลงโทษ) เราอาจไม่ชอบ แต่ถ้าประโยชน์เป็นของประชาชนส่วนรวม ก็ไม่เป็นไร
แต่การออกกฏระเบียบที่มีผลกระทบต่อวิชาชีพหรือการทำงานอย่างมาก ก็ต้องพิจารณาอย่างถ้วนถี่
การเห็นชอบโดยคณะกรรมการฯแล้วผ่านความเห็นในที่ประชุมใหญ่ที่มีสมาชิกเข้าประชุมเพียง 1% ของสมาชิกทั้งหมดเพียงพอหรือไม่
การประชาสัมพันธ์แล้วรอดูผลตอบสนอง หรือการทำประชา(สถาปนิก)พิจารณ์ ก่อนประกาศใช้ อาจจะยุ่งยากเสียเวลา แต่เป็นสิ่งจำเป็น
อย่างเช่น เรื่อง พวต ที่เกี่ยวข้องกับการต่ออายุใบอนุญาตวิชาชีพ ที่เป็นข้อพิพาทที่วุ่นวายมากในขณะนี้
ก็เพราะสถาปนิกส่วนใหญ่ไม่รู้ไม่เข้าใจในข้อเท็จจริง จึงเกิดกลุ่มที่คัดค้าน แต่กำลังจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
ผมไม่ได้บอกว่า เรื่องนี้ถูกหรือผิด แต่กำลังจะบอกว่า เรื่องนี้ขาดการประชาสัมพันธ์อย่างทั่วถึง และ ไม่ได้ทำสถาปนิกพิจารณ์ก่อน
ปัญหาสำคัญที่สภาฯต้องตอบแก่บรรดาสมาชิก ก็คือ สิ่งที่สภาทำอยู่เป็นหลัก เน้น การปกป้อง หรือ การลงโทษ สถาปนิก
การปกป้อง - สถาปนิกถูกปลอมลายเซ็นต์ สถาปนิกที่ผิดจรรยาบรรณโดยเอาเปรียบสถาปนิกอื่น โดนเบี้ยวค่าแบบ เหล่านี้ยังเป็นเรื่องคาราคาวซังอยู่
การลงโทษ - พวต(ในส่วนเกี่ยวกับการต่ออายุ) สถาปนิกส่วนใหญ่ยังงงๆอยู่ บางส่วนคัดค้านหัวชนฝา แต่ประกาศใช้เป็นกฏหมายแล้ว
ตกลง สภาสถาปนิก ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อ ปกป้องวิชาชีพ หรือ ควบคุมลงโทษจับผิดสถาปนิก
ผมไม่เบื่อ!! ติดตามถือเป็นค
ผมไม่เบื่อ!!
ติดตามถือเป็นความบันเทิง...
จาก Submitted by คมกฤช
จาก
...สภากำลังจะแก้กฎกระทรวงกำหนดวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม สาขาสถาปัตยกรรมหลัก ที่กำหนดขนาดของการออกแบบอาคาร (ที่ไม่จำเป็นต้องมีสถาปนิก) จากเดิมไม่เกิน 150 ตารางเมตร เป็นไม่เกิน 400 ตารางเมตร...
ตัวเลข 400 ตารางเมตรนี้...สภาฯ เอามาจากไหน หรือ...ครับ
( เหมือนที่เคยๆถามกันว่า...พวก...ขนาดห้องไม่น้อยกว่า 9 ตารางเมตร...ห้องพักในหอพักไม่น้อยกว่า 12 ตารางเมตร...ห้องในอาคารพักอาศัยรวมไม่น้อยกว่า 20 ตารางเมตร...ทางเดิน/บันไดกว้าง 1.50 เมตร...หรือ บันไดกว้าง 1.20 เมตร...ในกฎหมายควบคุมอาคาร...เอามาจากไหน...
เหมือนได้ยินได้ฟังเรื่อง การปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนในสถาบันการศึกษา...ที่พิจารณาดูอย่างไร ก็ไม่เห็นว่า คิดจากพื้นฐานการวิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็งเพื่อปรับปรุง...แต่เห็นเหมือนว่า เมื่อท่านสนใจและ/หรือเชี่ยวชาญเรื่องไหนเป็นพิเศษ ท่านก็เห็นว่าส่วนนั้นสำคัญกว่าส่วนอื่นๆ อยากสอน อยากบอก อยากสนองตัวตนของตนเอง ก็อัดใส่เข้าไปในหลักสูตร...)
คิดเล่นๆ....นะคะ ถ้าดิชั้นเห็
คิดเล่นๆ....นะคะ
ถ้าดิชั้นเห็นว่าสถาปนิกที่อายุเกิน 60 ปี ถือว่าแก่เกินไปที่จะทำงานได้ จึงขอให้คืนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
โดยถือว่าควรจะเกษียณออกจากวิชาชีพ ดังเช่นอายุเกษียณราชการทั่วไป ....
ถ้าดิชั้นเห็นอีกกว่า นายกสภา กรรมาธิการสภา ไม่ควรมีใบประกอบวิชาชีพขณะดำรงตำแหน่ง ดีหรือไม่
ถ้าดิชั้นเห็นอีกว่า....สภาสถาปนิก.... ไม่มีความจำเป็นอีก...ยุบไปเลย ดีหรือไม
โอ้โห เอายังงั้นเลยรึ น้อง
โอ้โห เอายังงั้นเลยรึ น้อง sucker
งั้นพี่ทำงานอีก 4-5 ปี ก็ต้องเกษียณ อดทำงานออกแบบแล้วเหรอ
ลูกพี่ยังเล็กๆอยู่เลย ขอทำงานจน 70 ได้มั้ย เพราะไม่มีบำเน็จบำนาญ
สงสารคนแก่ด้วยนะ
ถ้าดิชั้นเห็นว่า....กรรมาธิกา
ถ้าดิชั้นเห็นว่า....กรรมาธิการจรรยาบรรณ และนายกสภา ไม่สามารถเก็บแต้ม CPD ได้ขณะดำรงตำแหน่ง
เฉกเช่นเดียวกับ ปปช. ที่มิสามารถรับเงินค่าสอนตำแหน่งอาจารย์พิเศษได้
ถ้าดิชั้นเห็นว่า การเข้าชมพิพิธภัณฑ์ทั้งหลายในประเทศ สามารถเก็บแต้ม CPD ได้
ถ้าดิชั้นเห็นว่า การทำงานของสถาปนิกต่างชาติ โดยผ่าน Local สถาปนิกในไทย เห็นควรว่าจะต้องยึดใบอนุญาติ
สถาปนิกไทยผู้นั้นเป็นเวลา 5 ปี เพื่อเป็นเยี่ยงอย่าง....
ถ้าดิชั้นเห็นว่า....ในกรณีของการเอางานคนอื่นส่งประกวด....ควรจะยกเลิกใบอนุญาตของทีมออกแบบนั้นทั้งทีม
และแจ้งข้อหาลักทรัพย์ (ทรัพย์สินทางปัญญา) ดีหรือไม่
(คุณพี่ chamber คะ หนูก็แค่พล่ามเพ้อ...น่ะค่ะ ถ้าใคจะบ้าจี้เอาตามนั้นก็ตามสะดวกค่ะ เพราะอย่างน้อยๆ ก็ทำงานได้
อีกประมาณ 30 ปีเป็นอย่างต่ำค่ะ แต่กำลังคิดๆว่าจะเปลี่ยนอาชีพแล้วค่ะ เพราะโดนสกัดดาวรุ่งมาตลอด 5555)
เป็นที่ปรึกษา เป็นนายก
เป็นที่ปรึกษา เป็นนายก เป็นกรรมการ เป็นอนุกรรมการ เป็นปูชนีย ต้องมี.......ไม่ใช่ ส.ค.ส. นี่ครับ
ปัญหาหลายอย่างที่เกิดขึ้น
ปัญหาหลายอย่างที่เกิดขึ้น น่าจะรับฟังความคิดเห็นของสมาชิก ก่อนจะเป็นการดีครับ เท่าที่ผ่านมา รู้สึกว่า สภากลายเป็นชนชั้นปกครอง ไปซะแล้วครับ อยากจะทำอะไรก็ทำ โดยไม่คำนึงถึงความเดือนร้อนของสมาชิก
โดยเฉพาะเรื่องการเปลี่ยนแปลงขนาดของงานสถาปัตยกรรมของอาคารพักอาศัยจาก 150 ไปเป็น 400 ตารางเมตร อันนี้ไม่น่ายอมรับครับ จะรวมตัวกันให้ทางสภาชี้แจงรายละเอียด ดีไหมครับ
เท่าที่อ่าน
เท่าที่อ่าน ผมว่าเขาคงถามแล้วหละ... แต่เราเอง!! ไม่เอาไหนเปล่งเสียงออกมา เหมือนนก เหมือนกา (มั้ง) เขาจึงได้ยินว่าทุกคนสนับสนุน... ไม่มีปัญหาอะไร
รายงานการประชุมคณะกรรมการพิจา
รายงานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายของกระทรวงมหาดไทย
http://www.law.moi.go.th/comreport00.htm
ร่างมาตรการป้องกันการทุจริต
http://www.law.moi.go.th/2552/cheattingpreventmeasure.pdf
นอกจากสภาฯ
นอกจากสภาฯ ผมเริ่มเบื่อสมาชิกบางท่านที่ "พูดไม่ค่อยเป็นภาษา" ทำให้รู้สึก "รกกระทู้(หลายๆกระทู้)" ด้วยแล้วครับ
ทุกวันนี้พยายามคิดว่า ผมคิดมากไปเองคนเดียว เพื่อความสบายใจครับ ... ขอโทษที่นอกเรื่องจากหัวข้อกระทู้ของ อ.ยอดครับ
อันนี้แค่บอกไว้คร่าวๆนะคะ
อันนี้แค่บอกไว้คร่าวๆนะคะ ว่า..
กฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมวิชาชีพฯ ชาวเรานั้น เป็น กฎกระทรวงของกระทรวงมหาดไทย ออกโดยส่วนงานของกรมโยธาธิการและผังเมือง โดยปัจจุบันหลังจากมี พรบ สถาปนิก 43 มานี่ สภาสถาปนิกก็ร่วมร่างด้วย
การชี้แจงใดๆจากหน่วยงาน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนสามารถทำได้ สอบถามความคืบหน้าได้ เข้าชี้แจงได้ ตามรัฐธรรมนูญ และ พรบ.ข้อมูลและข่าวสาร สภาฯสถาปนิกไม่ได้เป็นผู้ออก กฎกระทรวงฯนี้นะคะ จะเห็นได้ว่า กฎกระทรวงฯ ไม่ต้องผ่านการประชุมสามัญประจำปี การประชุมวิสามัญของสภาฯ ...
ฉะนั้นหากจะร้องเรียนเรื่อง กกท. ต้องยื่นเรื่องไปที่ กระทรวงมหาดไทย cc: กรมโยธาธิการและผังเมืองค่ะ อย่างไรแล้วเค้าอาจเรียกไปชี้แจง (ในรูป ASA น่าจะดูน่าเชื่อถือดีกว่าส่วนบุคคล)
อีกอย่างเรื่องข้อบังคับเกี่ยวกับ CPD นั้น มี 2 ส่วนตามที่คุณ ม่ รายงานการประชุมเข้ามา แต่ข้อบังคับ จะออกก่อนระเบียบสามารถเป็นไปได้ หากแต่ข้อบังคับนั้นจะไม่สามารถใช้ได้ ถ้าไม่มีระเบียบฯ เช่น ระเบียบเกี่ยวกับการต่อใบอนุญาต ระเบียบเกี่ยวกับคะแนนCPD ระเบียบเกี่ยวกับการ accredit CPD เป็นต้น
ไม่ได้จะแย้งอะไรกับ ท่าน จขก หรือเพื่อนสมาชิก เพียงแต่มาร่วมแจมในหลักการเฉยๆอ่ะค่ะ
._\\|//_
.(' . . ')
O-(_)-O
Look-Narm
ให้ข้อมูลครับ
ให้ข้อมูลครับ ว่า
กฎหระทรวงนั้น สภาฯ ไม่มีสิทธิออก แต่ทางกระทรวงมหาดไทย ได้ส่งเรื่องมาทางสภาฯ ถามว่าสภาฯจะเอาอย่างไรให้ส่งร่างมา
พอ สมาคมฯรู้เรื่องเข้า จึง ได้ จัดประชุมโดยให้สภาฯ ส่งร่างกฎกระทรวงนั้นมาเพื่อให้สมาชิกดู แล้วให้ส่งตัวแทนมาให้ข้อมูล เมื่อเกือบสองปีแล้วมั้ง
มีการถกเถียงกันมากมาย ตัวแทน สภาฯท่านหนึ่ง พูดขึ้นมาในที่ประชุมบอกว่าถ้าทางสมาคมฯไม่เห็นด้วย ก็ให้ส่งร่างที่ตัวเองชอบมาเลย สภาฯจะส่งต่อไปให้ กระทรวงฯให้
สมาคมฯจึงตั้งคณะทำงาน ทำ ร่างกฎกระทรวง แล้วก็เลยส่งร่างนั้นให้สภาฯไปเมื่อ สามสี่เดือนได้มั้ง
หลังจากนั้น สภาฯจะได้ส่งร่างของสมาคมฯไปให้ กระทรวงมหาดไทยหรือไม่นั้น ไม่อาจจะทราบได้
แต่ข่าวสุดท้ายคือ กระทรวงฯได้ใช้ร่างของสภาฯ มาเป็นต้นร่างใน กฎกระทรวงที่กำลังจะประกาศใช้ นั่นเอง
เป็นข้อมูลเช่นกันครับ
=^-^+
เหมือนเห็นรูปแบบซ้ำซ้อน
เหมือนเห็นรูปแบบซ้ำซ้อน ภาพซ้ำซากเลยน่ะ...ครับ
: จัดประชาพิจารณ์ เพราะกฎหมายกำหนดให้ทำ...แล้วก็จัดทำผ่านไป แต่ขอสรุปคำตอบให้ได้อย่างที่อยากได้...
: ให้พิจารณาหลักสูตรที่ปรับปรุง...ก็ให้พิจารณาไปเหอะ พอได้ชื่อว่าครบกระบวน เพราะท่านก็จะเอาอย่างที่อยากได้...
: สภาให้สมาคมส่งร่าง...แต่แล้วกระทรวงก็ออกกฎอย่างร่างของสภา...
...ไม่รู้ว่า ถอดหัวโขนออกแล้วจะเห็นหัวอะไร...น่ะ...ครับ
Submitted by ยอดเยี่ยม
มีใครมีความรู้สึกอย่างนี้บ้างหรือเปล่าครับ
....
อยากให้ "กรรมการสภา หรือ กรรมการจรรยาบรรณ" เรียกไปสอบสวน หลังจากที่ลงกระทู้นี้ไปแล้ว หึ หึ เอาเลยครับ
อีกอย่าง...เข้าใจว่า ท่าน อยย. จกท. น่าจะหมายถึงกิจกรรมสภาฯที่เกี่ยวข้องในเรื่อง "จรรยาบรรณ" มากกว่าเรื่อง กฎบัตร-กฎหมาย-ข้อบังคับ (i.e: CPD, กกท.) เรื่องที่มีปัญหาที่เกี่ยวข้องนั้น จนถึงวันนี้น่าจะเกี่ยวกับ
ทุกๆอย่างมันเกี่ยวพันไปหมด น่าจะเป็นนิมิตรหมายที่ดีนะคะ ที่สมาชิกชาวเรา จะได้ร่วมกันหาแนวทางแก้ไข หรือป้องกัน อีกไม่กี่เดือนก็ได้เลือกกรรมการสภาฯกันอีกแล้ว มาใส่ใจเรื่องนี้กันมากๆ ดีไม๊คะ?
._\\|//_
.(' . . ')
O-(_)-O
Look-Narm
ประเด็นเบื่อประเด็นที ๑
คือเรื่อง "การสื่อสาร" กับสมาชิก ทำให้เกิดความรู้สึกว่า "สมาชิกเป็นแค่อุปกรณ์ คนโง่ และคนชั้นสอง" เหมือนกับหน่วยงานราชการเมื่อ ๔๐ ปีที่แล้วก่อนเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม
การสื่อสารทั้งหลายเป็นการ "สื่อสารทางเดียว" ที่สมาชิกเป็นเพียงผู้รับข่าวเท่านั้น เป็นระบบการสื่อสารของสังคมโบราณที่ "คิดว่าองค์กรนั้นเป็นของตนเองกลุ่มเดียว" และเป็นผู้ที่.....
"กลัวความจริง กลัวแสงสว่าง กลัวการตรวจสอบ กลัวคนจะรู้ว่าตัวเองไม่รู้ กลัวว่าคนอื่นจะรู้เรื่องผลประโยชน์ที่ซ่อนใต้โต๊ะ"
หากเมื่อมีสมาชิกอยากจะทราบหรืออยากจะถามอะไร หรืออยากจะเห็นแย้ง (ความเห็นแย้งเป็นเรื่องดี เหมือนการฉีดยา แม้จะเจ็บหน่อย แต่ก็จะป้องกันโรคร้ายแห่งการแตกร้าวนภายหน้าได้) ก็ไม่สามารถทำได้ จะบอกอยู่คำเดียวว่า...... "ทำไมไม่เข้าประชุม" อย่างนี้เป็นต้น
ผมในฐานนะที่เป็นทรายเม็ดหนึ่งที่ต่อสู้กับนักการเมืองหลายปี เพื่อให้ "ก.ส". (ที่คิดว่าเป็นการปกครองที่ไม่ฟังเสียงสถาปนิก) มาเป็น "สภาสถาปนิก" ให้มีการเลือกตั้งโดยสมาชิกถึง 75% ของกรรมการ ..... รู้สึกผิดหวังกับตัวแทนของตัวเอง ที่หลายท่านมีตำแหน่งใหญ่โต (จากการเลือกตั้ง) แล้ว ก็ลืม และ เหยียดหยามสมาชิกอยู่เนืองๆ คิดว่าตัวเอง.....
"เป็นเทพ เป็นผู้ครองอำนาจเบ็ดเสร็จของวิชาชีพ เป็นผู้ชี้ชะตาสมาชิก และ ฉลาดที่สุดในประเทศไทย"
แต่เมื่อมองอีกมุมหนึ่ง หรือว่าสังคมสถาปนิกเรา น่าจะเป็น "ผู้ถูกปกครอง" มากกว่าจะ "ปกครองตนเอง" หนอ ..... อ่านความเห็นบางความเห็นในกระทู้และ webboard นี้แล้ว บางท่านอาจจะรู้สึกอย่างนั้นก็ได้ครับ (ไม่เชื่อคอยดูคำคมและความเห็นนอกเรื่องต่อไปได้ครับ หึ หึ)
ขอจบ "ความเบื่อ 1" เพียงเท่านี้ก่อนครับ ประเด็นต่อไป (อีก 4 ประเด็น) ถ้ามี "ความรู้สึก(ต่อ)" จะมาเขียนต่อนะครับ หึ หึ
http://www.lawreform.go.th/la
http://www.lawreform.go.th/lawreform/images/th/jud/th/deca/2546/c2_0049_2546.htm
๖มาตรา ๒๙ ฯลฯ ฯลฯ
ใบอนุญาตทุกประเภทให้มีอายุห้าปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต
๗มาตรา ๔๘ การออกใบอนุญาต อายุใบอนุญาต การพักใช้ใบอนุญาต การเพิกถอนใบอนุญาตและการรับรองความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อบังคับสภาวิศวกร
๘มาตรา ๔๘ การออกใบอนุญาต อายุใบอนุญาต การพักใช้ใบอนุญาต การเพิกถอนใบอนุญาต และการรับรองความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม ให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อบังคับสภาสถาปนิก
อนึ่ง คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๑๐) มีข้อสังเกตว่า หากแพทยสภาจะใช้จำนวนหน่วยกิตจากผลการประเมินกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่องของแพทย์มาเป็นเงื่อนไขเชื่อมโยงกับการต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม โดยให้มีผลใช้บังคับกับแพทย์ทุกคนด้วย นั้น แพทยสภาควรจะต้องคำนึงถึงความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติทั้งในด้านประโยชน์ ประสิทธิภาพ และภาระหรือผลกระทบที่จะเกิดกับแพทย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งแพทย์ที่อยู่ในเขตพื้นที่ห่างไกลหรือแพทย์ที่สูงอายุ ภาระหรือผลกระทบต่องบประมาณรายจ่ายของรัฐ รวมทั้งประโยชน์ที่จะเกิดกับประชาชนประกอบกันด้วย
ถ้าเอาแค่ความรู้สึก .........
ถ้าเอาแค่ความรู้สึก
..........เบื่อครับ
..........ความรู้สึกเหมือนสภาเป็น นักการเมืองน้ำเน่า ที่เราเห็นในทีวี
ถ้าอยากให้เขาทำอะไรที่ถูกต้อง ทันใจ ก็ต้องไปฟ้องสื่อเอา หรือทำให้เรื่องมันดังระดับชาติ
ถึงจะกระดิก...มาทำ
" สมาชิกเป็นแค่อุปกรณ์ คนโง่
" สมาชิกเป็นแค่อุปกรณ์ คนโง่ และคนชั้นสอง "
ปู๊นๆๆ
มันโดนใจเจงๆๆๆ
บาบูน ชาบู
"ทำไมไม่เข้าประชุม"เจ็บนี้...
"ทำไมไม่เข้าประชุม"เจ็บนี้..........อีกนาน..........เจ็บนี้"ทำไมไม่เข้าประชุม"
สภาสถาปนิก เขาคิดอะไรอยู่นะ
สภาสถาปนิก เขาคิดอะไรอยู่นะ
อดีตแก้ไม่ได้
อดีตแก้ไม่ได้ ทำวันนี้ให้ดีที่สุด เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า
วันนี้เป็นหนึ่ง ดีกว่า เป็นสองพรุ่งนี้
และ
วันนี้เป็นสอง ดีกว่า เป็นหนึ่งพรุ่งนี้
สุดท้ายนี้
ด้วยรักและเคารพ ผมเข้าใจพี่ท่านครับ
เรียนคุณ เอ๊ะ ผมอ่านความเห็นท
เรียนคุณ เอ๊ะ
ผมอ่านความเห็นท่าน ก็หลายที่
เรียนท่านตรงๆ ผมไม่ค่อยจะ เข้าใจ ท่าน จริงๆครับ
ความเห็นของท่านผมอ่านทีไร ผมก็งง หรือเป็นเสน่ห์ของการตอบกระทู้ เพราะผมก็ดันมาอ่านอยู่ดี เห้อ
ปกติ
ปกติ ไม่ได้ตอบกระทู้ของใครหรอกครับพี่ ผมก็บ่นของผมไปเรื่อยแหละ นอกจากไม่ปกติครับ
สัมมาวาจา เจรจาชอบ คือ
สัมมาวาจา เจรจาชอบ คือ วจีสุจริต 4 (เว้นจาก วจีทุจริต4)
เป็นหนึ่งในมรรค 8 หรือ มรรคมีองค์แปด
ละคำเพ้อเจ้อ เว้นขาดจากคำเพ้อเจ้อ พูดถูกกาล พูดแต่คำ ที่เป็นจริง พูดอิงอรรถ พูดอิงธรรม พูดอิงวินัย พูดแต่คำมีหลักฐานมีที่อ้าง มีที่กำหนด ประกอบด้วยประโยชน์ โดยกาลอันควร
--------------------------เจตนาซึ่งเป็นเหตุให้พูดถ้อยคำที่ไม่มีประโยชน์ คือ ขัดขวางทางแห่งประโยชน์สุข ที่คนดีทั่วไปจะพึงได้รับ ศัพท์ทางพระท่านเรียกว่า คำพูดเพ้อเจ้อ เหลวไหล
[พระราชสุธี (โสภณ โสภณจิตฺโต ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร]
POP
ธรณีนี่นี้
ธรณีนี่นี้ เป็นพยาน
เราก็ศิษย์มีอาจารย์ หนึ่งบ้าง
เราผิดท่านประหาร เราชอบ
เราบ่ผิดท่านมล้าง ดาบนี้ คืนสนอง
อันความฝัน วาดหมาย
อันความฝัน วาดหมาย ผ่านปาก-ใจ-วาร ฤาสบถของเธอ ฉันน้อมฟัง น้อยใจหวัง เฝ้าตาคอย..แต่ก็ให้รัก-ลอย-ลม รึต้องสมใจเธอ ถ้าฉันตามรองทาง อันลากลึก ร่องหาง ทางเธอเคย......
น้ำนิ่งไหลลึก ทะเลลึก สุดยิ่งจะหยั่งถึง
ด้วยรักและเคารพ ผมเข้าใจพี่ท่านครับ
ทำไมพระจึงต้องใช้ตาลปัตรบังหน
ทำไมพระจึงต้องใช้ตาลปัตรบังหน้า
"ไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี หนี้ไม่พ้น" ท่านเคยเห็นคำคล้องจองกันอย่างนี้ที่ใดบ้าง ใช่แล้วก็ที่ตาลปัตรของพระสงฆ์ ซึ่งใช้ถือบังหน้าในเวลาสวดในงานศพเพียงอย่างเดียวนั่นอย่างไร
แต่บางตำนานก็อ้างว่า ตาลปัตรเกิดขึ้น เพราะพระสังกัจจายน์ที่เราเห็นเป็นรูปปั้นพระแก่ ๆ หน้าตายิ้มแย้มใจดี มีพุงพลุ้ยเป็นสัญลักษณ์นี่แหละมีเรื่อง เขาว่าแต่ก่อนนั้น พระสังกัจจายน์รูปงามมาก งามจนเวลาไปแสดงธรรม เกิดมีสตรีมาแอบหลงรักเสมอ พระสังกัจจายน์ก็รู้โดยญาณ จึงอธิษฐานให้ตนมีรูปร่างอัปลักษณ์เสีย ซึ่งก็ได้ผลอย่างที่เราเห็นนั่นแหละ พระสงฆ์รูปอื่น ๆ คงเกรงจะต้องอธิษฐานแล้วมีรูปร่างเหมือนพระสังกัจจายน์อีก จึงเอาตาลปัตรบังหน้าเสีย
ถ้าต้องการพูดนอกประเด็นกระทู้
ถ้าต้องการพูดนอกประเด็นกระทู้กรุณาไปตั้งกระทู้ใหม่ครับ
ขอกล่าวซ้ำครับ นอกจากสภาฯ
ขอกล่าวซ้ำครับ
นอกจากสภาฯ ผมเริ่มเบื่อสมาชิกบางท่านที่ "พูดไม่ค่อยเป็นภาษา" ทำให้รู้สึก "รกกระทู้(หลายๆกระทู้)" ด้วยแล้วครับ
กระผมเข้าใจแล้วครับ
กรุณาสุขภาพด้วยครับ ผมหมายถึง
กรุณาสุขภาพด้วยครับ
ผมหมายถึงท่านที่ เปลี่ยนชื่อทุกวัน แล้วครั้งหนึ่งเปลี่ยนชื่อโดยใช้คำว่า "_ว_ย" มาเป็นชื่อของตนเอง
อาจจะเพราะเกิดความคะนอง หรือ ประชดประชันใด ไม่ทราบได้
พอผมทักว่า กรุณาสุภาพด้วย
ก็เปลี่ยนแผน โดยตอนนี้ก็เปลี่ยนชื่ออีก โดยเอาชื่อผมไปล้อเลียน ต่างๆนาๆ นัยว่า พยายามยั่วให้ผมโกรธ
เห็นแล้ว ก็ขำครับ ว่า ท่านนั้น ช่างเก่งจริงๆ คิดไปได้ ยอมรับครับว่าเก่งจริงๆ ครับ แต่เรื่องอะไรคิดเองนะครับ
ผมกำลังสงสัยว่า มีใครส่งท่านนี้มาป่วน กระทู้ที่นี้หรือเปล่านิ? เพื่อหวังผลอะไรบ้างอย่าง มั้ง? เพราะสังเกตุว่าจะเข้าไปป่วนแค่บ้างกระทู้ บางเรื่อง ที่เราก็รู้ๆกันอยู่ว่าพาดพิงถึงอะไรอยู่
ขอรอสอบข้อมูลนิดหนึ่งครับ ถ้าได้ข้อมูลแล้วจะมาบอก
=^-^=
หากมองว่าไม่สุภาพ
หากมองว่าไม่สุภาพ ต้องขอโทษไว้ ณ.ที่นี้ด้วยครับ
วิญญูชน (นิติศาสตร์) -
วิญญูชน (นิติศาสตร์) - บุคคลผู้รู้ผิดรู้ชอบตามปรกติ เป็นหลักในการวัดความ ยับยั้งชั่งใจและความสามารถในการบริหารสติปัญญาอันบุคคลพึงกระทำอย่างคนปรกติ ...
กระผมกราบขอโทษทุกท่านในการไม่
กระผมกราบขอโทษทุกท่านในการไม่ให้เกียรติของกระผม
โดยเฉพาะ คุณที่กระผมทะลึ่งไปเรียกว่าน้องโดยมิได้ตั้งใจ
กระผมคงไม่ให้โอกาสตนเองเข้ามาทำลายบรรยากาสดีๆเช่นนี้อีก
กระผมกราบขอโทษด้วยรักและเคารพ
_\\|//_
.('T T').
O-(_)-O
เบื่อเหมือนกัน
เบื่อเหมือนกัน
http://www.asa.or.th/?q=node/
http://www.asa.or.th/?q=node/100000
กระผมไม่เบื่อและไม่ได้ตั้งใจล
กระผมไม่เบื่อและไม่ได้ตั้งใจล้อเลียนชื่อคุณวิญญู...........หรอกครับ
ถ้าจะเบื่อ กระผมก็เบื่อตัวเอง ที่บังเอิญรักพี่รักน้องรักเพื่อนรักสถาบัน
ครั้งนั้น กระผมใช้ชื่อว่า ฉันไม่ใช่ควายจนตรอก เพราะรู้สึกว่าโดนไล่บี้
กระผมยืนยันว่าไม่ได้เข้ามาป่วนและไม่มีใครส่งกระผมเข้ามาหวังผลประโยชน์
กระผมขอย้ำเป็นครั้งสุดท้ายว่า
กระผมขอย้ำเป็นครั้งสุดท้ายว่า กระผมไม่เบื่อสภาสถาปนิก
และจะไม่เหยียบเข้ามาที่นี่อีก...............แม้จะรู้สึกเช่นไร
และกระผมก็ยังนับถือว่าคุณวิญญเป็นพี่วิญญูที่กระผมนับถือ
คือว่า....ผมขออนุญาตเบื่อด้วย
คือว่า....ผมขออนุญาตเบื่อด้วยคนครับ