home |  link |  webboard |  job |  sitemap |  shopping cart 

คัดค้าน "การลดบทบาทและขอบเขตการปฏิบัติวิชาชีพของสถาปัตยกรรมหลัก"

 

            เชื่อว่ามีสถาปนิกจำนวนมากไม่ทราบว่า กำลังมีเรื่องสำคัญเกิดขึ้นในวงการสถาปนิกบ้านเรา   และเรื่องนี้ส่งผลถึงสถาปนิกจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาปนิกในสาขาสถาปัตยกรรมหลัก   
            เนื่องจากสภาสถาปนิกได้มีความพยายามที่จะแก้ไขปรับปรุงกฎกระทรวงกำหนดวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม พ.ศ.2549 ด้วยการยกเลิกกฎกระทรวงเดิมและประกาศใช้กฎกระทรวงใหม่ ด้วยเหตุผลว่ากฎกระทรวงเดิม พ.ศ.2549 กำหนดวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมในแต่ละสาขาต่างๆไว้ไม่เหมาะสม และไม่ครอบคลุมการประกอบวิชาชีพที่ปฏิบัติอยู่ในปัจจุบัน   ซึ่งเหตุผลนี้ก็เป็นเหตุผลที่
น่าจะรับฟัง และสถาปนิกอาวุโสหลายท่านก็เห็นด้วยว่าควรจะปรับปรุงให้เหมาะสมกว่านี้
            เนื้อหาของร่างกฎกระทรวงใหม่มีรายละเอียดค่อนข้างมาก สมาชิกผู้สนใจสามารถเข้าไปดูหรือเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซด์ของสภาสถาปนิก หรือเว็บไซด์ของสมาคมสถาปนิกสยามฯ asa.or.th   
            สรุปเนื้อหาโดยย่อประมาณว่ามีการกำหนดวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมเป็น 4 สาขาคือ สาขาสถาปัตยกรรมหลัก,สาขาผังเมือง,สาขาภูมิสถาปัตยกรรม และสาขามัณฑนศิลป์ โดยกำหนดคำจำกัดความและกำหนดขอบเขตของงานสถาปัตยกรรมควบคุมในแต่ละสาขา รวมทั้งมีการออกใบอนุญาต ซึ่งก็หมายความว่างานที่อยู่ในขอบเขตที่สถาปัตยกรรมสาขานั้นๆกำหนด ผู้ที่จะประกอบวิชาชีพจะต้องได้รับ
ใบอนุญาตจากสภาสถาปนิก 
            ปัญหาของเรื่องนี้อยู่ตรงที่ขอบเขตของการปฏิบัติวิชาชีพแต่ละสาขา ว่าสถาปัตยกรรมหลักยังคงทำงานบางอย่างได้หรือไม่ อาทิเช่น งานตกแต่งภายในที่กระทบถึงงานโครงสร้างหรืองานระบบ, งานตกแต่งภายในพื้นที่เกินกว่า 400 ตร.ม., งานวางผังโครงการจัดสรรที่ดิน, การวางเค้าโครงสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ, งานจัดทำผังชุมชน, งานภูมิทัศน์ในเขตเมืองที่มีพื้นที่เกินกว่า 2ไร่ หรือในโครงการ
ที่ต้องทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ฯลฯ    รวมทั้งการยกเลิกสถาปัตยกรรมควบคุมบ้านพักอาศัยที่เล็กกว่า 400 ตร.ม.
            ซึ่งขอบเขตที่กำหนดนี้ไม่ได้ควบคุมเฉพาะงานออกแบบ แต่คุมไปถึงงานบริหารควบคุมงานก่อสร้าง, งานตรวจสอบ, งานให้คำปรึกษาและงานตรวจรับรองผล
            ในต่างประเทศ ปัจจุบันจะพบว่าประเทศที่เจริญแล้วส่วนใหญ่มีความพยายามที่จะขยายขอบเขตของสถาปนิกสถาปัตยกรรมหลักกว้างออกไปมากขึ้นเรื่อยๆ   แต่เราไม่แน่ใจว่าทิศทางที่สภาสถาปนิกกำลังจะเดินไปนั้นจะไปในทิศทางเดียวกัน   ในอนาคตบางทีสถาปัตยกรรม
หลักของเราอาจจะไม่มีคนอย่าง คุณเมธา บุนนาค, คุณองอาจ สาตรพันธุ์ หรือ คุณฤกษ์ฤทธิ์ แก้ววิเชียร เกิดขึ้นอีก
            สมาคมสถาปนิกสยามฯ ได้ทำการทักท้วงเรื่องนี้หลายครั้ง ทั้งโดยวาจาในการประชุมและโดยการส่งหนังสืออย่างเป็นทางการ แต่สภาสถาปนิกยังคงยืนยันในร่างเดิม และเสนอความเห็นให้กระทรวงมหาดไทยเพื่อดำเนินการออกเป็นกฎหมาย
            เราเชื่อว่าทุกฝ่ายหวังดีต่อวิชาชีพ    ท่านกรรมการสภาสถาปนิกท่านหนึ่งได้เคยพูดแย้งไว้ว่าสภาสถาปนิกมีภาระกิจเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสังคมเป็นหลัก ซึ่งเราก็เห็นด้วยในหลักการ 
            แต่ด้วยความเคารพ อยากจะขอเสริมว่าสมาชิกสถาปัตยกรรมหลักซึ่งเป็นเสียงส่วนใหญ่ เป็นผู้เลือกท่านเข้าไปในสภา   
            ขอให้ท่านกรุณาอย่าลืมพวกเราด้วย   
 
ทวีจิตร    จันทรสาขา
นายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์
 
 
ที่มา จดหมายเหตุอาษา 01-2553
ข่าว: