home |  link |  webboard |  job |  sitemap |  shopping cart 

มติชน ฉบับวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 | "รีโนเวท"บ้านเก่าให้ดูใหม่ เทรนด์ของคนรักบ้าน ยุค...เศรษฐกิจ...

 "รีโนเวท"บ้านเก่าให้ดูใหม่ เทรนด์ของคนรักบ้าน ยุค...เศรษฐกิจ... 

มติชน ฉบับวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

โดย ศิวพร อ่องศรี
          นับแต่เกิดปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 เป็นต้นมา ต้องยอมรับว่าแม้บางช่วงสภาพเศรษฐกิจจะกระเตื้องขึ้น แต่ก็เป็นระยะสั้นๆ จนมาถึงปีนี้ 2552 ความหวังที่เคยหวังไว้ว่า เศรษฐกิจของประเทศจะดีขึ้น รวมทั้งเศรษฐกิจในกระเป๋าเราด้วย ต้องผิดหวังหน้าเหี่ยวไปตามๆ กัน
          เพราะกลายเป็นว่าปัญหาวิกฤตเรื่องเงินๆ ทองๆ ไม่ได้เกิดเฉพาะแต่ประเทศไทย แต่กลับลุกลามไปทั่วโลกไร้ความหวังว่าจะฟื้นคืนได้เร็ว
          จากปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลต่อกิจการและธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์อย่างหนัก "บ้านใหม่" ที่สร้างขึ้นมากมายหลายโครงการต้องมีอันชะงัก ทรงตัว รอลุ้นกันใหม่ว่าจะขายได้หมดโครงการหรือไม่ ใครที่อยากเป็นเจ้าของบ้านสักหลังในชีวิตคงต้องรอกันต่อไป
          แต่ถ้าใครมีบ้านอยู่แล้ว อยากจะได้บ้านใหม่ ฟันธงว่ายังมีความหวัง เพราะสามารถปรับปรุงซ่อมแซมบ้านเก่าให้เป็นบ้านใหม่สวยงามดังใจได้
          จ่ายน้อยกว่าซื้อบ้านใหม่ทั้งหลัง
          และแนวโน้มตลาดการ "รีโนเวทบ้านเก่า" หรือปรับปรุงซ่อมแซมบ้าน กำลังเป็นตลาดใหม่ที่น่าจับตาสำหรับผู้ประกอบการรับสร้างบ้าน
          ดังนั้น เพื่อตอบโจทย์ของคนที่อยากได้บ้านใหม่ แต่ไม่มีงบประมาณมากพอ สัปดาห์ที่ผ่านมา ที่อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพค เมืองทองธานี มี งานสถาปนิก "52 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าทางด้านวัสดุก่อสร้างที่มีความยิ่งใหญ่ 3 อันดับแรกของเอเชีย และใหญ่ที่สุดในอาเซียน บนพื้นที่กว่า 75,000 ตารางเมตร
          มุมหนึ่งภายในงานทางสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดกิจกรรม หมอบ้าน เพื่อรับปรึกษาปัญหาเกี่ยวกับบ้านในเรื่องต่างๆ ตั้งแต่การปรับปรุงซ่อมแซม ออกแบบตกแต่งภายใน การก่อสร้าง ปัญหาของตัวอาคาร และข้อกฎหมาย
          โดยมีสถาปนิก วิศวกร และนักกฎหมาย คอยให้คำปรึกษาและชี้แนะแก่ประชาชนที่ต้องการคำปรึกษาแนะนำ
          ทวีจิตร จันทรสาขา นายกสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ เล่าว่า ถ้าหากใครจะซื้อบ้านหรือปรับปรุงต่อเติมบ้านสามารถปรึกษากับหมอบ้านได้ ซึ่งหลังจากหมดงานนี้แล้ว ประชาชนคนใดต้องการขอคำปรึกษาเรื่องเกี่ยวกับบ้าน สามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์อาษาเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่
          "กิจกรรมหมอบ้านจะเป็นประโยชน์กับสาธารณะ ซึ่งเราได้ประกาศเจตนารมณ์ไว้ว่า เรื่องสถาปนิกเพื่อสังคมเป็นเรื่องหลัก เราพยายามที่จะจัดให้มีหมอบ้านประจำทุกเดือน ที่ศูนย์อาษาเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ โดยเราจะมีสถาปนิกอาสาสมัครบริการให้คำปรึกษาโดยไม่คิดค่าบริการ และจะไม่ให้มีธุรกิจแอบแฝง คือเราต้องการให้โครงการนี้ใสสะอาด จึงมีระบบคัดเลือกและตรวจสอบสถาปนิกอาสาสมัครที่เข้ามาให้คำปรึกษากับประชาชน"
          (จากซ้าย) ทวีจิตร จันทรสาขา, อรรจน์ เศรษฐบุตร, โอภาส ปัทธวัน
          ส่วนเรื่องของการซื้อ "บ้านมือสอง" นายกสมาคมสถาปนิกสยามฯ ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ว่าเรื่องการเลือกซื้อบ้านมือสอง สิ่งแรกที่ต้องดูคือ สภาพความแข็งแรงของอาคารและความปลอดภัยของบ้าน โดยจะต้องดูเสา และคาน ว่ามีรอยร้าวหรือไม่
          เพราะค่าใช้จ่ายในการแก้ไขและซ่อมแซมในส่วนนี้สูงพอสมควร
          ถัดมาคือควรดูประตู-หน้าต่าง เพราะถ้าใช้การไม่ได้จะต้องเปลี่ยนใหม่ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงเช่นกัน
          อีกส่วนที่จะต้องตรวจดู คือระบบทั้งไฟฟ้าและประปาว่ามีปัญหาหรือไม่ เพราะจะต้องให้มีความปลอดภัย
          สำหรับผู้ที่ซื้อ "คอนโดมิเนียมมือสอง" นั้น สิ่งสำคัญที่จะต้องดูก่อนซื้อ คือจะต้องดูภาระผูกพันของสัญญาที่ค้างอยู่ เช่น เจ้าของเดิมไม่เคยจ่ายค่าส่วนกลาง หรือที่จอดรถของคอนโดฯนั้นมีหรือไม่
          "สิ่งสำคัญคือจะต้องไปดูบ้านหลายๆ ครั้ง เช่น ไปดูตอนกลางวันเป็นอย่างไร ร้อนไหม? ตอนฝนตกมีน้ำรั่วไหม? เพราะการดูบ้านหลายๆ ครั้งนั้น เพื่อดูความแตกต่างของบ้าน ว่ามีจุดใดเสียหรือรั่วบ้าง ดังนั้นหากเรามีบ้านหรือคอนโดฯ เราควรจะต้องใช้สิ่งที่มีอยู่แล้วให้คุ้มค่ามากที่สุด เพราะบ้านถือเป็นปัจจัย 4 ที่สำคัญของชีวิต เราควรปรับปรุงสิ่งที่มีอยู่แล้วให้มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น เพราะเดี๋ยวนี้การปรับปรุงและการตกแต่งบ้านมีการพัฒนาเทคโนโลยีมากมายที่สามารถช่วยประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อมได้ด้วย" ทวีจิตรกล่าว
          ทางด้านนักวิชาการด้านสถาปัตยกรรม ดร.อรรจน์ เศรษฐบุตร จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นว่าการซื้อบ้านมือสองไม่จำเป็นจะต้องลงทุนปรับปรุงซ่อมแซมเพื่อให้บ้านสามารถช่วยประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม แต่สามารถนำต้นไม้มาดัดแปลง มาปลูกก็สามารถประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อมได้
          "60-70% ของค่าไฟฟ้าที่เราจ่ายทุกเดือนมาจากแอร์เป็นหลัก ส่วนที่เหลือมาจากไฟฟ้าแสงสว่าง 20% และจากเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ"
          "วิธีที่จะทำให้บ้านเย็นโดยไม่ต้องติดแอร์ อาจจะใช้ต้นไม้ ใช้สนามหญ้า หรือเลือกวิธีการปรับปรุงบ้านโดยการใช้อิฐมวลเบา แต่ถ้าจะให้ง่ายก็ใส่ฉนวนกันความร้อนเข้าไปด้านใน แต่ถ้าเราอยู่คอนโดฯ มีพื้นที่น้อย เราสามารถปลูกต้นไม้ในแนวตั้งได้ ทำเป็นโครงสร้างขึ้นมาแล้วก็เกี่ยวต้นไม้ไปตามช่องต่างๆ เราก็จะมีผนังที่เป็นต้นไม้ แล้วยังสามารถเลือกสีของต้นไม้ได้อีกด้วย"
          (บน) แบบแปลนบ้านของสรรพ์ศิริ มิตรกุล (กลาง) บ้านก่อนปรับปรุง (ล่าง) บ้านหลังปรับปรุง
          ทั้งหมดเป็นความเห็นและคำชี้แนะของผู้รู้เรื่องบ้าน ส่วนใครที่ไปงานจะได้เห็นกับตาในเรื่องของการซ่อมแซมปรับปรุง เพราะมีบริษัทรับเหมาก่อสร้างมาเปิดบู๊ธจำนวนมาก
          โดยเฉพาะเรื่องการรีโนเวทบ้าน โอภาส ปัทธวัน ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและสถาปัตยกรรม บริษัท โฟร์พัฒนา จำกัด กล่าวว่า หากดูตามสภาพเศรษฐกิจแล้ว คนที่อยู่อาศัยบ้านหลังเดิมที่มีอายุเกินกว่า 20 ปีย่อมต้องการบ้านหลังใหม่ เพราะฉะนั้นตลาดเรื่องการปรับปรุงซ่อมแซมบ้านในระยะนี้จึงน่าสนใจ และคาดว่าจะขยายตัวขึ้น
          "เมื่อคิดจะปรับปรุงซ่อมแซมบ้าน ปัจจัยหลักที่จะต้องคำนึงถึงคือโครงสร้างเดิม ว่าจะมีปัญหาเรื่องการทรุดตัวของบ้านหรือไม่ และความแข็งแรงของบ้าน โดยทั่วไปคนมีงบประมาณในการปรับปรุงตกแต่งบ้านน้อย ส่วนใหญ่ที่จะทำ คือการต่อเติมเพิ่มห้องครัว เพิ่มพื้นที่ลานจอดรถ ซึ่งการปรับปรุงซ่อมแซมจะต้องคำนวณว่าจะปรับปรุงกี่ตารางเมตร วัสดุและอุปกรณ์จะใช้แบบใด ซึ่งถ้าคิดตามราคามาตรฐานประมาณ 15,000 บาท ต่อตารางเมตร ซึ่งเป็นราคาเริ่มต้น ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่จะปรับปรุง ราคาที่บอกเป็นราคาปรับปรุงพื้นที่ภายในบ้าน เช่น ห้องนอน แต่ถ้าเป็นพื้นที่ภายนอก เช่น ลานจอดรถ ลานซักล้าง เป็นคอนกรีตธรรมดาราคาประมาณตารางเมตรละ 9,500-10,000 บาท ขึ้นอยู่กับบริษัทนั้นๆ จะตั้งราคา"
          ส่วนราคาตกแต่งบ้าน โอภาสบอกว่า จะเริ่มต้นที่ 12,000-25,000 บาท ต่อตารางเมตร แต่งานก็จะมีความแตกต่างในหลายๆ เรื่อง เช่น วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ และมีรายละเอียดปลีกย่อยลงไปอีก เช่น เจ้าของบ้านซื้อวัสดุอุปกรณ์เอง หรือจะคิดในราคาเหมารวม ก็แล้วแต่คู่สัญญาจะตกลงกัน
          ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงง่ายๆ การซื้อหาที่อยู่ใหม่จึงเป็นเรื่องยิ่งใหญ่พอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเงินในกระเป๋ายังไม่อำนวย ฉะนั้น หากใครที่บ้านมีอยู่แล้ว คำตอบเรื่อง "รีโนเวท" น่าจะเป็นอีกแนวทางสำหรับการปรับปรุงที่อยู่ที่มีอยู่แล้วให้สุขสบายตามใจปรารถนา
          อย่าลืมว่าการดำรงชีวิตของมนุษย์เรา หากที่อยู่อาศัยสุขสบาย สภาพแวดล้อมดีแล้วย่อมเอื้ออำนวยในเรื่องอื่นๆ ให้ดีตามไปด้วย
          ไม่เช่นนั้นเรื่องของฮวงจุ้ยคงขายไม่ออก
          คำแนะนำของคนรีโนเวทบ้าน
          สรรพ์ศิริ มิตรกุล
          พนักงานสินเชื่ออาวุโส ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
          "บ้านปัจจุบันผมอาศัยอยู่กับภรรยาและลูกชาย บนเนื้อที่ 100 ตารางวาในหมู่บ้านเมืองทองนิเวศน์ 1 ซอยน่านเจ้า 4 อยู่มานานร่วม 20 ปีแล้ว ก็คิดปรับปรุงตกแต่งให้ดูดีสวยงาม..
          วิธีการ อันดับแรกต้องสอบถามหาบริษัทที่รับทำก่อน ต้องเป็นบริษัทที่ซื่อสัตย์ ไว้ใจได้ ไม่ทิ้งงาน มีความรับผิดชอบ จากนั้นเมื่อเลือกบริษัทได้แล้วจะต้องคุยกับทีมงาน โดยบอกวัตถุประสงค์และความต้องการของเรา ปรึกษากับทีมกับวิศวกรและสถาปนิก ว่าจะทำอย่างไรให้บ้านมีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มมากขึ้น"
          "ส่วนวัสดุที่จะใช้ก็บอกความต้องการเขาไป ทางวิศวกรและสถาปนิกจะมีคำแนะนำให้ว่าควรจะใช้แบบไหน เพราะบ้านเป็นบ้านเก่า ซึ่งตรงจุดนี้จะมีความเกี่ยวข้องกันระหว่างวัสดุที่ใช้และโครงสร้างของบ้าน วัสดุที่นำมาใช้นั้นเข้ากันได้หรือไม่ รับน้ำหนักได้ไหม ยกตัวอย่างหลังคาบ้านถ้าเราใช้แบบซีแพ็ค การก่อสร้างรากฐานของบ้านก็จะต้องแน่นหนา เพราะถ้าน้ำหนักของหลังคาหนักมากเกินไป โครงสร้างบ้านก็จะรับไม่ไหว อาจเปลี่ยนมาเป็นไม้อัดแล้วมีแผ่นพลาสติค ลักษณะแผ่นยางมะตอยมาปูทับอีกครั้งและฉีดเม็ดทรายลงไป ข้อดีคือจะเบามาก และไม่มีรั่วซึม เพราะไม่มีรอยต่อ จะปูเป็นแผ่นใหญ่และสามารถกันความร้อนได้ดี"
          "งบประมาณในการปรับปรุงบ้านเฉพาะโครงสร้างประมาณ 1.6 ล้านบาท ราคานี้ยังไม่รวมค่าตกแต่ง ยังไม่รวมค่าระบบไฟฟ้าและระบบประปา เฉพาะแค่หลังคาก็ประมาณ 600,000 บาทแล้ว และมีทำรั้วใหม่ ทำห้องน้ำใหม่ ปูพื้นใหม่ และขยายห้องใหม่ออกมา รวมทั้งสวนและบ่อปลา ส่วนระบบไฟฟ้าและประปา เราก็เอาสายไฟลงดินทั้งหมด ของผมรวมเบ็ดเสร็จแล้วปรับปรุงบ้านทั้งหลังประมาณ 2 ล้านต้นๆ"
          "แต่ก็คุ้มครับ หลังจากปรับปรุงเสร็จแล้วผมพอใจมาก เหมือนได้ซื้อบ้านใหม่ที่ถูกใจเราทุกอย่าง และยังมีเนื้อที่ใช้สอยเพิ่มขึ้น พอใจอย่างมาก แต่ถ้าเราไปซื้อบ้านใหม่ก็คงไม่ได้อย่างนี้ และคงไม่ได้ราคานี้ อย่างโรงรถตอนนี้ถ้ามีงานเลี้ยงสังสรรค์ก็สามารถปรับเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงได้ ซึ่งสะดวกสบายกว่าเดิมหลายเท่า ถือว่าคุ้มกับเงินที่จ่ายไป"
          ตรวจสอบ-ค้นหาบริษัทรับรีโนเวทบ้าน
          1.สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ โทร.0-2319-6555 หรือ เว็บไซต์ http://www.asa.or.th
          2.สภาสถาปนิก โทร.0-2280-8880-1 หรือ เว็บไซต์ http://www.act.or.th
          3.วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย โทร.0-2319-2410-3 หรือ เว็บไซต์ http://www.eit.or.th
          4.สภาวิศวกร โทร.0-2935-6868 หรือ เว็บไซต์ http://www.coe.or.th
          5.บริษัท โฟร์พัฒนา จำกัด โทร.0-2570-4961 http://www.fourpattana.com

AttachmentSize
คลิกดูคลิป>>726.59 KB