home |  link |  webboard |  job |  sitemap |  shopping cart 

กำหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม

19 ส.ค. 2559

กระทรวงมหาดไทยออก "กฎกระทรวง กำหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ. 2559" เพื่อใช้บังคับแก่อาคารเดิมที่จะเปลี่ยนการใช้อาคารมาประกอบธุรกิจโรงแรม โดยได้กำหนดเรื่องเกี่ยวกับบันไดหนีไฟและมาตรการความปลอดภัยบางประการไว้ และกำหนดให้ต้องดำเนินการขอรับใบอนุญาตเปลี่ยนการใช้อาคารตามกฎกระทรวงนี้ให้แล้วเสร็จภายในห้าปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงใช้บังคับ

เหตุผลในการออกกฎกระทรวงฉบับนี้ เนื่องจากมีการนําอาคารประเภทอื่นมาให้บริการที่พักแก่ประชาชนเป็นการทั่วไป ซึ่งลักษณะและโครงสร้างของอาคารที่มีอยู่เดิมอาจไม่สอดคล้องกับอาคารที่จะนํามาประกอบธุรกิจโรงแรมตามที่กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารกําหนด จึงทําให้อาคารเหล่านั้นไม่สามารถขอรับใบอนุญาตเพื่อประกอบธุรกิจโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรมได้ ดังนั้นจึงออกกฎกระทรวงนี้เพื่อให้อาคารที่มีอยู่แล้วซึ่งหากได้มีการปรับปรุงแก้ไขให้มีลักษณะหรือมาตรฐานความปลอดภัยของอาคารตามที่กฎหมายกําหนดสามารถขออนุญาตเปลี่ยนการใช้อาคารเพื่อประกอบธุรกิจโรงแรมได้

กฎกระทรวงฉบับนี้จะใช้บังคับแก่อาคารที่มีอยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวงใช้บังคับและจะเปลี่ยนการใช้อาคารมาประกอบธุรกิจโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม เฉพาะสำหรับประเภท โรงแรมที่ให้บริการเฉพาะห้องพัก และ โรงแรมที่ให้บริการห้องพักและห้องอาหาร หรือสถานที่สำหรับบริการอาหารหรือสถานที่สำหรับประกอบอาหาร

กฎกระทรวงฉบับนี้มีอายุการใช้บังคับ 5 ปี โดยกำหนดให้ต้องดำเนินการยื่นขอรับใบอนุญาตเปลี่ยนการใช้อาคารให้แล้วเสร็จภายใน 5 ปี สำหรับกรณีที่ต้องมีการดัดแปลงอาคารก่อนการขอเปลี่ยนการใช้อาคาร จะต้องยื่นขอรับใบอนุญาต หรือดำเนินการแจ้งตามมาตรา 39 ทวิ ภายใน 2 ปี นับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

ในการขอรับใบอนุญาตเปลี่ยนการใช้อาคารมาประกอบธุรกิจโรงแรมตามกฎกระทรวงฉบับนี้ อาคารจะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้ด้วย เช่น มีที่ว่างของอาคารไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของพื้นที่ชั้นใดชั้นหนึ่งที่มากที่สุดของอาคาร มีขนาดช่องทางเดินในอาคารกว้างไม่น้อยกว่า 1.00 ถึง 1.50 เมตร ขึ้นอยู่กับจำนวนห้องพัก หน่วยน้ำหนักบรรทุกจรของบันไดและช่องทางเดินไม่ต่ำกว่า 200 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ลักษณะของบันไดหนีไฟสำหรับอาคารตั้งแต่สี่ชั้นขึ้นไป เป็นต้น

 

ดาวน์โหลดกฎกระทรวง

ข่าว: