home |  link |  webboard |  job |  sitemap |  shopping cart 

ศาลปกครองสั่งระงับใบอนุญาตก่อสร้างอาคารมหาดเล็กหลวง 2 เรสซิเดนเซส

จากเว็บไซต์สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) วันที่ 8 ม.ค. 2560

นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า สมาคมฯได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งศาลปกครองกลางว่า ศาลมีคำสั่งระงับการใช้ใบอนุญาตก่อสร้างอาคารสูง 41 ชั้นของโครงการมหาดเล็กหลวง 2 เรสซิเดนเซส ที่สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ออกให้กับสำนักงานพระคลังข้างที่ (สำนักพระราชวัง) โดยบริษัท ไทยพัฒนาโรงงานอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) ที่กำลังก่อสร้างอยู่บริเวณซอยมหาดเล็กหลวง 2 ถนนราชดำริ เขตปทุมวัน หลังสมาคมฯต้านโลกร้อนร่วมกับชาวบ้าน 49 คนฟ้องสำนักงานพระคลังข้างที่เหตุผู้ขอใบอนุญาตไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคลขัดต่อข้อกำหนดในกฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมอาคาร

ศาลปกครองให้เหตุผลว่า ผู้ยื่นคำขออนุญาตก่อสร้าง คือ สำนักงานพระคลังข้างที่ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล เพราะเป็นเพียงหน่วยงานในสังกัดสำนักพระราชวัง ซึ่งมีฐานะเป็นส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรมเท่านั้น จึงไม่อาจยื่นขออนุญาตก่อสร้างได้ อันเป็นการขัดต่อข้อ 2 วรรคสองและวรรคสาม ของกฎกระทรวงฉบับที่ 33 (พ.ศ. 2535) และฉบับที่แก้ไข

ทั้งนี้ศาลยังได้ระบุต่อไปว่า แม้การออกใบอนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมายของการเป็นนิติบุคคลจะสามารถแก้ไขให้ถูกต้องได้ แต่กรณีการออกใบอนุญาตโดยขัดต่อข้อกำหนดของกฎกระทรวงที่กำหนดไว้เพื่อประโยชน์แห่งความปลอดภัย การป้องกันอัคคีภัย การอำนวยความสะดวกแก่การจราจร ตลอดจนการวางแผนพัฒนาสาธารณูปโภคของรัฐ อันเป็นการคุ้มครองต่อประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์สาธารณะทั่วไป จึงไม่อาจแก้ไขให้ถูกต้องได้ หากศาลปล่อยให้มีการก่อสร้างอาคารต่อไป จะเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อผู้ฟ้องคดีและต่อสาธารณะที่ยากแก่การเยียวยาแก้ไขภายหลังได้ รวมทั้งความเสียหายของสำนักงานพระคลังข้างที่ (สำนักพระราชวัง) โดยบริษัท ไทยพัฒนาโรงงานอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)ด้วย ศาลจึงมีคำสั่งระงับใบอนุญาตก่อสร้าง ที่สำนักการโยธา กทม. ออกให้ในที่สุด

นายศรีสุวรรณ ยังเปิดเผยต่อไปว่า กรณีนี้การแก้ไขคงเป็นเรื่องยาก เพราะตามกฎหมายที่ดินของส่วนราชการทั้งประเทศเป็นที่ราชพัสดุ ที่มีกรมธนารักษ์เป็นผู้ดูแล แต่กรณีนี้ที่ดินของสำนักงานพระคลังข้างที่ (สำนักพระราชวัง) กลับไม่โอนให้กรมธนารักษ์ดูแลตามกฎหมาย หากแต่มาดำเนินการหาประโยชน์โดยให้เอกชนเช่าระยะยาว จึงน่าจะขัดและแย้งต่อกฎหมายหลายฉบับ ดังนั้น หากสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร พยายามที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกันเพื่อเลี่ยงกฎหมาย สมาคมฯก็จะเดินหน้าร้องเรียนเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องและเอื้อประโยชน์ให้กันและกัน ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือ ป.ป.ท. ต่อไปแน่นอน

ข่าว: