แก้ไขปรับปรุงกฎหมายการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์

แก้ไขปรับปรุงกฎหมายการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์
8 ก.ค. 2569

พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เป็นการแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2562

สืบเนื่องมาจากการที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยว่า มาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 ที่บัญญัติให้การร้องขอรับเงินค่าทดแทนที่วางไว้ ให้ร้องขอรับภายในสิบปีนับแต่วันที่มีการวางเงิน ถ้าไม่ร้องขอภายในกำหนดเวลาให้เงินนั้นตกเป็นของแผ่นดิน ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 26 วรรคหนึ่ง ซึ่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2562 ซึ่งใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันก็มีบทบัญญัติเช่นเดียวกับกรณีดังกล่าว และต่อมาศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยว่า มาตรา 48 แห่งพระราชบัญญัติฉบับปี พ.ศ. 2562 นี้ ขัดหรือแย้งต่อมาตรา 26 วรรคหนึ่ง และมาตรา 37 วรรคสามของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงมีการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติของพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2562 ในเรื่องดังกล่าวให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ประกอบกับมีบทบัญญัติบางมาตราที่ยังไม่สอดคล้องกับการบังคับใช้ในทางปฏิบัติ อีกทั้งในการพิจารณาคืนอสังหาริมทรัพย์ให้แก่เจ้าของเดิมหรือทายาท คณะกรรมการที่ทำหน้าที่นี้มีองค์ประกอบมาจากผู้แทนหลายหน่วยงาน ทำให้การพิจารณาขาดความคล่องตัว สมควรแก้ไขเพิ่มเติมในคราวเดียวกัน

เดิมในมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2562 บัญญัติว่า ในการรื้อถอนโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรืออสังหาริมทรัพย์ ให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจเก็บรักษาทรัพย์สินไว้ โดยให้เจ้าของเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษา หรือถ้าทรัพย์สินเป็นของเสียง่ายหรือถ้าหน่วงช้าไว้จะเป็นการเสี่ยงความเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายจะเกินส่วนแห่งค่าของทรัพย์สิน ให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจที่จะขายได้ทันที แล้วเก็บเงินสุทธิหลังจากหักค่าใช้จ่ายไว้แทนได้ ในกรณีนี้ หากเจ้าของมิได้เรียกเอาทรัพย์สินหรือเงินที่เก็บไว้แทนนั้นภายใน 5 ปี ก็ให้ทรัพย์สินหรือเงินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 ได้แก้ไขเป็น ในการรื้อถอน ให้เจ้าหน้าที่แจ้งให้เจ้าของมารับทรัพย์สินที่รื้อถอนคืนไปภายในระยะเวลาที่กำหนด เมื่อพ้นกำหนดแล้วเจ้าของไม่มารับ ให้เจ้าหน้าที่ขายทรัพย์สินนั้น เงินที่ได้จากการขายทรัพย์สินเมื่อหักค่าเก็บรักษาและค่าใช้จ่ายในการขายทรัพย์สินแล้วให้ส่งคืนแก่เจ้าของโดยเร็ว และในกรณีที่เจ้าหน้าที่เก็บรักษาไว้จนพ้นกำหนดระยะเวลาแล้ว หากเจ้าหน้าที่ไม่ได้ขายทรัพย์สินและเจ้าของมารับคืน ก็ต้องให้คืนแก่เจ้าของไป

ในมาตรา 48 เดิมบัญญัติว่า เงินทดแทนที่วางไว้ ถ้าผู้มีสิทธิไม่ไปขอรับเงินภายใน 10 ปี ให้ตกเป็นของแผ่นดิน ได้แก้ไขเพิ่มเติมรายละเอียดมากขึ้น และกำหนดว่า ถ้าผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนไม่มารับภายใน 5 ปี ให้เจ้าหน้าที่ถอนเงินที่วางไว้คืนมา แต่การถอนเงินคืนไม่ตัดสิทธิของผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนที่จะได้รับเงินค่าทดแทนนั้น โดยให้ยื่นคำร้องขอตามวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง นอกจากนั้น ในกรณีที่เป็นการวางเงินโดยฝากไว้กับธนาคารออมสิน ในการถอนจากธนาคารออมสิน ผู้มีสิทธิฯ ยังคงมีสิทธิในดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจากการฝากจนถึงวันที่มีการถอนเงินคืนด้วย

ดาวน์โหลด: https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/119261.pdf

Facebook
Twitter
LinkedIn