ตลาดเก้าห้อง
อ่านเพิ่มเติม
ตลาดเก้าห้อง
- ที่ตั้ง เทศบาลตำบลบางปลาม้า อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี
- ปีที่ได้รับรางวัล: พ.ศ. 2554
- ประเภท : ชุมชน
Talad Kao Hong
- Location Bangplama Municipality, Amphoe Bangplama, Suphanburi Province
- Conservation Awarded Date: 2011
- Architectural Conservation Award for Community

ชุมชนตลาดบ้านใหม่
อ่านเพิ่มเติม
ชุมชนตลาดบ้านใหม่
- ที่ตั้ง เทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา
- ปีที่ได้รับรางวัล: พ.ศ. 2554
- ประเภท : ชุมชน
Talad Ban Mai Community
- Location Muang Chachoengsao Municipality, Amphoe Muang, Chachoengsao Province
- Conservation Awarded Date: 2011
- Architectural Conservation Award for Community

ชุมชนริมนจันทบูร
อ่านเพิ่มเติม
ชุมชนริมน้ำจันทบูร
- ที่ตั้ง ถนนสุขาภิบาล อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี
- ปีที่ได้รับรางวัล: พ.ศ. 2554
- ประเภท : ชุมชน
Chanthaboon Waterfront Community
- Location Sukhaphiban Road, Amphoe Muang, Chanthaburi Province
- Conservation Awarded Date: 2011
- Architectural Conservation Award for Community

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุดจิต (เศวตจินดา) สนั่นไหว
อ่านเพิ่มเติม
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุดจิต (เศวตจินดา) สนั่นไหว
- ปีที่ได้รับรางวัล: พ.ศ. 2554
- ประเภท : บุคคล
- Conservation Awarded Date: 2011
- Architectural Conservation Award for Individuals
การศึกษา
- พ.ศ. ๒๕๓๖ ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศิลปากร (ประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม)
- พ.ศ. ๒๕๒๙ สถาปัตยกรรมศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยศิลปากร
การทำงาน
ปัจจุบัน
- อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต รับผิดชอบสอนวิชาประวัติศาสตร์ศิลปสถาปัตยกรรมไทย และวิชาการอนุรักษ์สถาปัตยกรรม
- รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายพัฒนาพื้นที่และสิ่งแวดล้อม โรงเรียนสาธิตทวิภาษาแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต
- กรรมการสมาคมอิโคโมสไทย
- กรรมาธิการอนุรักษ์ศิลปะสถาปัตยกรรม สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์
- พ.ศ. ๒๕๔๘ – ๒๕๕๒ ผู้อำนวยการสำนักงานอาคารและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยรังสิต
- พ.ศ. ๒๕๔๗ – ๒๕๕๒ รักษาการหัวหน้าหลักสูตรวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาอนุรักษ์ และฟื้นฟูสถาปัตยกรรมและชุมชน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต
- พ.ศ. ๒๕๓๙ – ๒๕๔๖ รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต
ผลงานที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ศิลปกรรมสถาปัตยกรรม
- พ.ศ. ๒๕๕๒ – ๒๕๕๓ สถาปนิกที่ปรึกษาบริษัทคอนซัลแตนท์ ออฟ เทคโนโลยี ในโครงการจัดทำฐานข้อมูลอาคารที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ภายในเขตผังเมือง เฉพาะเมืองหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
- พ.ศ. ๒๕๔๖ สถาปนิกที่ปรึกษาด้านการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ในโครงการบูรณะหอไตรวัดศรีสุทธาวาส อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย
- พ.ศ. ๒๕๔๒ คณะทำงานมหาวิทยาลัยศิลปากรในการจัดทำแผนแม่บทระยะที่ ๒ โครงการอนุรักษ์และพัฒนาการเมืองประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
ประวัติโดยสังเขป
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุดจิต (เศวตจินดา) สนั่นไหว เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย นักวิจัย สถาปนิกและนักเขียน ที่ได้อุทิศตนเองในการผลักดันให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์มรดกสถาปัตยกรรม โดยมุ่งหวังให้สังคมไทยได้ตระหนักถึงคุณค่าของการสร้างสรรค์ และการอนุรักษ์มรดกสถาปัตยกรรมซึ่งเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วน อาจารย์ได้เน้นถึงการส่งเสริมให้เยาวชนคนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วม นับตั้งแต่ที่อาจารย์ได้ริเริ่มก่อตั้งชมรมอนุรักษ์สถาปัตยกรรมของมหาวิทยาลัยรังสิต การส่งเสริมให้นักศึกษาสถาปัตยกรรมจากสถาบันการศึกษาหลายๆ แห่งเข้าร่วมในโครงการสำรวจและประเมินสถานภาพอาคารที่ได้รับรางวัลอนุรักษ์สถาปัตยกรรมดีเด่นจากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา จากนั้นอาจารย์ได้เป็นหัวหน้าโครงการประกวดจัดทำทะเบียนอาคารควรค่าแก่การอนุรักษ์ออนไลน์ให้แก่สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ภายใต้เงื่อนไขของการร่วมทำงานระหว่างสถาปนิก นักวิชาการ และนักศึกษาสถาปัตยกรรม อันเป็นที่มาของเว็บไซต์ www.thai-heritage-building.com
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุดจิต (เศวตจินดา) สนั่นไหว นับเป็นสถาปนิกไทยคนแรกที่ริเริ่มโครงการอาสาสมัครสำรวจรังวัดและเขียนแบบมรดกสถาปัตยกรรมโดยนักศึกษาสถาปัตยกรรมและสถาปนิก ด้วยวิธีการที่เรียกว่า VERNADOC ( Vernacular Documentation) อันเป็นเทคนิควิธีการเก็บข้อมูลด้วยวิธีพื้นฐาน แต่ได้คุณภาพของผลงานสูง ซึ่งผลงานที่ได้สามารถนำไปใช้อ้างอิงเพื่อการอนุรักษ์มรดกสถาปัตยกรรมได้ต่อไป นอกจากนี้อาจารย์ยังได้เผยแพร่วิธีการนี้ให้แก่สถาบันการศึกษาหลายๆ แห่งของไทยที่สอนวิชาสถาปัตยกรรมผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการ ASA VERNADOC ซึ่งจัดโดยกรรมาธิการอนุรักษ์ศิลปะสถาปัตยกรรม สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ และอาจารย์ยังเป็นวิทยากรรับเชิญให้แก่สถาบันต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เป็นผลให้ภายในระยะเวลา ๔ ปีที่ผ่านมาเทคนิค VERNADOC นี้ได้รับการยอมรับจากผู้ที่ทำงานด้านการอนุรักษ์ และนักศึกษาสถาปัตยกรรม
นอกจากนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุดจิต (เศวตจินดา) สนั่นไหว ยังมีผลงานทางวิชาการ และบทความ ที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์มรดกสถาปัตยกรรมหลายชิ้น เช่น การออกแบบสถาปัตยกรรมวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม การศึกษาลักษณะสถาปัตยกรรมเรือนพื้นถิ่นของชุมชนบริเวณเตาสามโคก จังหวัดปทุมธานี วิกฤตดนตรีไทยและอาคารควรค่าแก่การอนุรักษ์: บ้านปี่พาทย์พาทยโกศล และยังได้รับเป็นนักเขียนรับเชิญประจำคอลัมน์ทัศนาสถาปัตย์ในหนังลือพิมพ์เดลินิวส์ เป็นต้น ซึ่งผลงานเหล่านี้นับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์มรดกสถาปัตยกรรมในประเทศไทย
นายสมเจตน์ วิมลเกษม
อ่านเพิ่มเติม
นายสมเจตน์ วิมลเกษม
ครูชำนาญการพิเศษ ครูภูมิปัญญาไทย รุ่นที่ ๔ ด้านภาษาและวรรณกรรม (ภาษาล้านนา) สภาการศึกษาแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ
- ปีที่ได้รับรางวัล: พ.ศ. 2554
- ประเภท : บุคคล
- Conservation Awarded Date: 2011
- Architectural Conservation Award for Individuals
การศึกษา
- พ.ศ. ๒๕๔๖ คุรุศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ (บริหารการศึกษา)
- พ.ศ. ๒๕๓๓ นิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมมาธิราช
- พ.ศ. ๒๕๒๒ ศิลปศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ภาษาไทย)
การทำงาน
ปัจจุบัน
- ครูผู้ปฏิบัติการสอน โรงเรียนสตรีศรีน่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รับผิดชอบสอนวิชาภาษาไทย และวิชาภาษาล้านนา
- กรรมการสมาคมครูภูมิปัญญาไทย
- กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการคณะอนุกรรมการเมืองเก่าน่าน
- เลขานุการคณะกรรมการคณะกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมจังหวัดน่าน โรงเรียนสตรีศรีน่าน
- หัวหน้าหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่นจังหวัดน่าน โรงเรียนสตรีศรีน่าน
- พ.ศ. ๒๕๓๐ – ๒๕๔๕ เลขานุการศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดน่าน โรงเรียนสตรีศรีน่าน
- พ.ศ. ๒๕๓๓ – ๒๕๔๕ เลขานุการหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่น จังหวัดน่าน โรงเรียนสตรีศรีน่าน
- พ.ศ. ๒๕๔๕ – ปัจจุบัน หัวหน้าหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่น จังหวัดน่าน โรงเรียนสตรีศรีน่าน
ผลงานที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์แหล่งศิลปกรรมในจังหวัดน่าน
- พ.ศ. ๒๕๕๒ – ๒๕๕๓ ดำเนินการอนุรักษ์วัดดอนมูล ตำบลศรีภูมิ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยการร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผลประโยชน์ (อยู่ในขั้นดำเนินการ ปีที่ ๑ ใช้วิธีการทอดกฐิน เป็นสื่อกลางในการรวมกลุ่มของหน่วยงาน องค์กร ในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อการทำงานอย่างบูรณาการ เช่น การปรับปรุงภูมิทัศน์ การสร้างชุมชนเข้มแข็งโดยใช้มิติทางวัฒนธรรม เช่นเดียวกับวัดร้องแง)
- พ.ศ. ๒๕๔๙ – ๒๕๕๒ อนุรักษ์วัดร้องแง ตำบลวรนคร อำเภอปัว จังหวัดน่าน โดยใช้หลักการมีส่วนร่วมของชุมชน ใช้มิติทางวัฒนธรรมและความเชื่อของสังคมเป็นสื่อนำ ร่วมคิดร่วมทำตั้งแต่เริ่มต้น โดยใช้วิธีทอดกฐินเป็นระยะเวลา ๕ ปี ติดต่อกัน ทำให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างชุมชนกับคณะทำงาน ก่อให้เกิดผลสำเร็จของงาน ที่ได้ร่วมกันคิดและได้ร่วมพัฒนาด้วยกัน และที่สุดชุมชนแห่งนี้ได้รับรางวัลระดับประเทศถึง ๒ รางวัล ได้แก่ รางวัลการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมดีเด่น จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ และรางวัลกินรีทองคำ จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ประจำปี ๒๕๕๑
- ดำเนินการในฐานะคณะทำงานโครงการ “Cultural Survival and Revival in the Buddhist Sangha” ของ UNESCO ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินการ ๓ ปี โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนมรดกโลกนอร์ดิก ของรัฐบาลนอร์เวย์ สำหรับประเทศไทย โครงการนี้คัดเลือก ๒ จังหวัดคือ น่านและนครศรีธรรมราช สำหรับน่านใช้ชื่อว่า “โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูศิลปกรรมดั้งเดิมในพุทธศาสนสถานในจังหวัดน่าน” โดยอาจารย์เป็นผู้จัดทำหลักสูตรอบรม ๘๐๐ ชั่วโมงให้แก่ผู้เข้าอบรมเพื่อนำความรู้ไปใช้ในการอนุรักษ์โบราณสถานโดยเฉพาะวัดในจังหวัดน่าน นอกจากนี้อาจารย์ยังจัดทำหลักสูตร ๓ รายวิชา คือ วิชาปูนปั้นสด วิชาลงรักปิดทอง และวิชาช่างแกะสลัก ให้แก่ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดน่าน
- พ.ศ. ๒๕๓๓ – ๒๕๔๘
- ดำเนินงานด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแหล่งศิลปกรรม ตามแผนงานโครงการของสำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม (สผ) เช่น การจัดประชุมสร้างเครือข่ายด้านการอนุรักษ์แหล่งศิลปกรรมให้แก่พระสังฆาธิการ ชุมชนในท้องถิ่น นักเรียน นักศึกษา เพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและมีจิตอาสาต่อการอนุรักษ์แหล่งศิลปกรรม มาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
- เป็นคณะทำงานโครงการ “น่านเมืองศิลปวัฒนธรรมนำสู่มรดกโลก”
- ประสานงาน ดำเนินการ ปรับภูมิทัศน์ บริเวณหน้าวัดพระธาตุแช่แห้ง และบริเวณหน้าวัดภูมินทร์
- เป็นที่ปรึกษาและคณะทำงานจัดทำแผนแม่บทในการดำเนินงานเมืองเก่าน่านให้แก่บริษัทซินครอนกรุ๊ป และดำเนินการคัดเลือกพื้นที่เพื่อนำเสนอให้เป็นเมืองเก่าน่าน จำนวน ๒ แห่ง คือบริเวณใจเมืองน่านและเวียงพระธาตุแช่แห้ง
- เป็นกรรมการตรวจรับการบูรณะวัดภูมินทร์
ประวัติโดยสังเขป
นายสมเจตน์ วิมลเกษม เป็นครูประจำโรงเรียนสตรีศรีน่าน เป็นอาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ห้องเรียนวัดพระธาตุแช่แห้ง นักวิจัย นักวิชาการ ที่เขียนสารคดี และบทความทางวิชาการเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่น เป็นวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม และเป็นผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านภาษาล้านนาโดยได้จัดทำหลักสูตรการจัดการเรียนการสอนภาษาล้านนาเพื่อให้เยาวชนและผู้สนใจเกิดความรักความหวงแหน ความภาคภูมิใจต่อมรดกทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นและของชาติ อันเป็นพื้นฐานของการสร้างความตระหนักรู้ในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น เป็นผู้มีความเสียสละ ทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับงานอนุรักษ์มรดกทางศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่น โดยเฉพาะสถาปัตยกรรมไม่จำกัดแต่เพียงตัวอาคารเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงการจัดการสิ่งแวดล้อม หรือภูมิทัศน์โดยรอบด้วย โดยอาจารย์ใช้ระยะเวลามากกว่า ๒๐ ปี จึงทำให้เกิดภาคีเครือข่ายด้านการอนุรักษ์แหล่งศิลปกรรมในจังหวัดน่านขึ้นมากมายในทุกอำเภอ
นายสมเจตน์ วิมลเกษม เป็นบุคคลที่เป็นแบบอย่างในการอนุรักษ์มรดกทางศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดน่านโดยใช้มาตรการทางชุมชนเป็นตัวตั้ง เน้นย้ำการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในจังหวัด ทำให้การอนุรักษ์โบราณสถานที่สำคัญในจังหวัดน่านประสบความสำเร็จ ผลจากการทำงานอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาที่ยาวนานกว่า ๒๐ ปี ทำให้เมืองน่านสามารถรักษาต้นทุนทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชุมชนไว้ได้เป็นอย่างดียิ่ง และเมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๘ คณะรัฐมนตรีจึงได้ประกาศยกย่องให้จังหวัดน่านเป็นเมืองเก่าแห่งที่ ๒ ของประเทศไทยต่อจากกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็นผลสำเร็จสืบเนื่องมาจากโครงการน่านเมืองศิลปวัฒนธรรมนำสู่มรดกโลก ถือเป็นความสำเร็จของพี่น้องชาวจังหวัดน่านทุกหมู่เหล่า และถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นงานใหม่ที่ท้าทายพี่น้องชาวจังหวัดน่านอีกเช่นกันว่า จะทำให้น่านเป็น “เมืองเก่าที่มีชีวิต” อย่างยั่งยืนสืบไปอย่างไร
นอกจากนี้ นายสมเจตน์ วิมลเกษม ยังมีผลงานทางวิชาการ และบทความ ที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์มรดกศิลปะและวัฒนธรรมวิถีของคนน่าน เช่น หนังสือกรรมวิธีดั้งเดิมในการผลิตงานช่างพุทธศิลป์น่าน หนังสือนครน่านพัฒนาการแห่งนครรัฐ หนังสือเอกลักษณ์น่าน นอกจากนั้นยังมีบทความทางวิชาการ และงานเขียนสารคดี ให้แก่อนุสาร อสท. รวมทั้งหน่วยงานและองค์กรต่างๆที่เชิญอาจารย์ไปเป็นวิทยากรบรรยาย เป็นต้น ผลงานดังกล่าวล้วนสร้างจิตสำนึกในด้านการอนุรักษ์แหล่งศิลปกรรมของท้องถิ่นและของชาติได้อย่าแพร่หลายและกว้างขวาง จากผลงานอันเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชนทำให้นายสมเจตน์ วิมลเกษม ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติในระดับประเทศ เช่น
๑. รางวัลราชมงคลสรรเสริญ ผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรมสาขา มนุษย์ศาสตร์ ประจำปี ๒๕๔๓ จากสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล
๒. รางวัลพระราชทานเสาเสมาธรรมจักร ในฐานะผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาของจังหวัดน่าน ประจำปี ๒๕๔๕
๓. ได้รับเชิดชูเกียรติให้เป็นครูภูมิปัญญาไทยรุ่นที่ ๔ ด้านภาษาและวรรณกรรม ประจำปี พ.ศ.๒๕๔๘ จากสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ
ภาคีคนรักเมืองสงขลา
อ่านเพิ่มเติม
ภาคีคนรักเมืองสงขลา
- ปีที่ได้รับรางวัล: พ.ศ. 2554
- ประเภท : องค์กร
- Conservation Awarded Date: 2011
- Architectural Conservation Award for Organizations
ประวัติโดยสังเขป
ภาคีคนรักเมืองสงขลา ก่อตั้งขึ้นในวันที่ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒ โดยกลุ่มสถาปนิก นักวิชาการ เทศบาลนครสงขลา บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย การเคหะแห่งชาติ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสงขลา ประชาชนและเจ้าของอาคารเก่าในย่านเมืองเก่าสงขลา โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อดำเนินการผลักดันการพัฒนาและฟื้นฟูย่านเมืองเก่าสงขลาอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม สำหรับย่านเมืองเก่าสงขลาประกอบไปด้วยถนนสายหลัก ๓ สาย คือ ถนนนครนอก ถนนนครใน และถนนนางงาม รวมทั้งย่านชุมชนมุสลิมบ้านบน และถนนสายเล็กๆ ที่เชื่อมถนนและย่านเหล่านี้เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งในปัจจุบันอาคารและสภาพแวดล้อมของย่านเมืองเก่าสงขลามีสภาพทรุดโทรม โดยแผนการพัฒนาและฟื้นฟูย่านเมืองเก่าสงขลาประกอบด้วย ๓ ขั้นตอนตามลำดับความสำคัญดังนี้ คือ
๑. แผนการสื่อความหมายย่านเมืองเก่าสงขลา ซึ่งจะเป็นการสื่อความหมายเมืองออกมาในรูปแบบสื่อและการแสดงต่างๆ เช่น ป้ายอธิบายบอกคุณค่าความสำคัญของอาคารและสถาน แผนที่และแผ่นพับ การแสดงและกิจกรรมด้านต่างๆ เพื่อสื่อความหมายต่อคนในย่านเมืองเก่า และผู้คนภายนอกให้ตระหนักถึงคุณค่าในด้านต่างๆที่เมืองเก่ามี
๒. แผนการปรับปรุงและฟื้นฟูย่านเมืองเก่าสงขลา เป็นแผนงานที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมแซม ตกแต่ง และการก่อสร้าง โดยจะเป็นแผนสำหรับนำร่องในการตกแต่งและซ่อมแซมอาคารที่อยู่อาศัย รวมถึงแผนสำหรับการปรับปรุงของเทศบาลนครสงขลาตามคำแนะนำที่ได้รวบรวมจากชุมชนมา เช่น ระบบที่จอดรถ ระบบป้าย ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง
๓. แผนการดำเนินการชุบชีวิตเมืองให้กลับสู่ความมีชีวิตชีวา และเข้าสู่บัญชีเมืองมรดกโลกตามเกณฑ์ของ UNESCO โดยแผนงานนี้เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว และกิจกรรมต่างๆ ของเมือง เช่น การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการจัดกิจกรรมถนนคนเดิน และการศึกษาเพื่อประกาศให้เป็นเมืองมรดกโลก
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ภาคีคนรักเมืองสงขลาได้ร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนในการดำเนินการพัฒนาและฟื้นฟูย่านเมืองเก่าสงขลาทั้งด้านกายภาพ สังคมและเศรษฐกิจ รวมทั้งการสร้างจิตสำนึกในการรักษามรดกวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมให้แก่นักเรียนและบุคคลทั่วไป เช่น งานตรุษจีนนางงาม ๒๕๕๒ งานสงขลาแต่แรก ครั้งที่ ๒ การร่วมจัดกิจกรรมเสวนาวิชาการประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และการประชุมวิชาการนานาชาติของสมาคมอิโคโมสไทย ๒๕๕๓ โดยผู้ที่ทำงานให้กับภาคีคนรักเมืองสงขลาทุกคนจะอยู่ในลักษณะของการอาสาสมัครซึ่งจะไม่ได้รับค่าจ้างแต่อย่างใด
ปัจจุบัน ภาคีคนรักเมืองสงขลามีสมาชิกซึ่งได้กรอกใบสมัครที่สำนักงานภาคีคนรักเมืองสงขลาประมาณ ๔๐๐ คน ซึ่งมีทั้งผู้อยู่อาศัยในย่านเมืองเก่าสงขลาและภายนอกพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีผู้ติดตามข่าวสารของภาคีคนรักเมืองสงขลาทาง www.facebook.com อีกประมาณ ๘๐๐ คน