บ้านศรีบูรพา
อ่านเพิ่มเติม
บ้านศรีบูรพา
- ที่ตั้ง ซอยพระนาง ถนนพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร
- ผู้ครอบครอง ชนิด สายประดิษฐ์
- ปีที่ก่อสร้าง ประมาณพ.ศ. 2478
- ปีที่ได้รับรางวัล พ.ศ. 2557
- ประเภท อาคารเคหสถานและบ้านเรือนเอกชน
บ้านศรีบูรพาสร้างขึ้นเพื่อเป็นเรือนหอของนายกุหลาบ สายประดิษฐ์ เจ้าของนามปากกาศรีบูรพา และนางชนิด สายประดิษฐ์ โดยได้รับประทานที่ดินจากหม่อมเจ้าวรรณไวทยากร วรวรรณ (ต่อมาได้รับสถาปนาขึ้นเป็น พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์) หลังจากแต่งงานแล้วนายกุหลาบและ นางชนิดได้เดินทางไปออสเตรเลียด้วยเหตุที่ในระหว่างนั้นเหตุการณ์ทางการเมืองเริ่มจะมีความผันผวน ประกอบกับกิจการหนังสือพิมพ์ประชามิตร-สุภาพบุรุษก็ต้องหยุดลง นายกุหลาบจึงนำบ้านไปจำนอง
กับธนาคาร ต่อมาเขาและมิตรสหายถูกจับในข้อหากบฏจึงถูกคุมขังอยู่ที่คุกบางขวางเกือบ 5 ปี หลังออกจากคุกก็ลี้ภัยไปอยู่เมืองจีนจนสิ้นชีวิต บ้านหลังนี้จึงไม่มีคนอยู่อย่างถาวร คุณชนิดได้จัดให้เช่าบ้าง รวมทั้งมีช่วงที่ปิดไว้เฉย ๆ กว่า 30 ปี จนเมื่อพ.ศ. 2531 คุณชนิดและบุตรได้กลับมาอาศัยอยู่ที่นี่
บ้านศรีบูรพาเป็นสถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์น เป็นอาคารสองชั้น หน้าจั่วหลังคาด้านหน้ามีลักษณะเฉพาะ ด้วยมีด้านหนึ่งโค้งลาดลงมาถึงชั้นล่าง ตัวบ้านตั้งอยู่ด้านในของพื้นที่ทำให้มีสนามหน้าบ้านที่โล่งกว้างใช้สำหรับทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ ภายในบ้านนั้นชั้นล่างเป็นส่วนทำงาน เป็นที่ทำงานเขียนและเก็บหนังสือ โดยเชื่อมต่อกันกับส่วนรับประทานอาหาร มีการออกแบบกรอบผนังโค้งเป็นวงซึ่งปัจจุบันไม่ค่อยมีให้เห็นมากนัก และมีห้องครัวด้านหลังบ้าน ส่วนชั้นบนเป็นที่สำหรับอยู่อาศัย บ้านหลังนี้ได้มีการต่อเติมเพิ่มในภายหลังเพื่อการใช้สอยที่มากขึ้นตรงบริเวณปีกขวาของตัวบ้าน
ปัจจุบันคุณยายชนิดได้จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์บ้านนักเขียนแห่งแรกของประเทศไทยใช้ชื่อว่า “บ้านศรีบูรพา” โดยจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กจำลองภาพของห้องทำงานในครั้งก่อนของศรีบูรพา โดยชั้นล่างจะเป็นห้องสมุดที่ใช้ทำงาน และจัดแสดงเครื่องใช้ต่าง ๆ เมื่อครั้งที่ศรีบูรพายังมีชีวิตอยู่ เช่น โต๊ะทำงาน เครื่องพิมพ์ดีดคู่ใจ นอกจากนี้ยังเก็บรวบรวมภาพถ่ายของศรีบูรพา หนังสือและงานเขียน เช่น หนังสือพิมพ์ประชามิตร-สุภาพบุรุษ และต้นฉบับลายมือจำนวนหนึ่ง รวมถึงอุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ อันทรงคุณค่าไว้ให้คนรุ่นหลังได้เห็น อันเป็นการระลึกถึงนักเขียนศรีบูรพาผู้ซึ่งองค์การยูเนสโกได้ร่วมเฉลิมฉลอง 100 ปีชาตกาลเมื่อพ.ศ. 2548
Ban Siburapha
- Location: Soi Phra Nang, Phaya Thai Road, Khet Phaya Thai, Bangkok
- Proprietor: Chanid Saipradit
- Construction Date: c.1935
- Conservation Awarded Date: 2014
- Category: Private residences
Ban Siburapha (Siburapha House) was built as a newlywed home of Mr. Kulap Saipradit and Mrs. Chanid Saipradit on the land given to the couple by M.C. Varna Vaidayakara Vorawan (later elevated to Prince Krommamuen Naradhip Bongsaprabandha). After the wedding, Mr. Kulap and Mrs. Chanid left to stay in Australia due to political problems in Thailand and the closing of his newspapers Prachamit – Suphapburut that he had to mortgage his house. Later, he and his group of friends were arrested for treason and were jailed for almost 5 years in Bang Khwang Prison. After release, he fled to China and lived there until he passed away, and the house was permanently abandoned. Although there were times that Mrs. Chanid rented it out, the house was left unused for over 30 years until 1988 when Mrs. Chanid and son returned to live in the house.
Ban Siburapha is Modern architecture, 2-storey, with a unique style of front gable that curves down to lower floor. The house is located on the inner part of the land; thus the front of the house features an open, wide, lawn used for various activities. The ground floor of the house consists of working area for writing and storing books, connected to dining area featuring arch wall frame that is rare to find, and a kitchen to the rear. The upper floor is residential area. There was a later addition to increase functional space at the right wing.
At present, Mrs. Chanid founded the first writers’ museum in Thailand at the house called “Ban Siburapha” to exhibit the working room of Siburapha on the ground floor with objects and furniture of the time that Siburapha lived in the house, for instance, his desk, typewriter, his photographs, books, his writing works such as Prachamit – Suphapburut newspapers, and his handwriting manuscripts, as well as historically valuable objects. These exhibitions are commemorations of Siburapha, the writer that UNESCO had celebrated his 100th Birthday Anniversary in 2005.







บ้านหนองบัว
อ่านเพิ่มเติม
บ้านหนองบัว
- ที่ตั้ง เลขที่ 38 หมู่ 7 ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี
- ผู้ครอบครอง ลัญจกร หิโตปกรณ์
- ปีที่สร้าง ประมาณ พ.ศ. 2447
- ปีที่ได้รับรางวัล พ.ศ. 2557
- ประเภท อาคารเคหสถานและบ้านเรือนเอกชน
บ้านหนองบัวเป็นบ้านไม้โบราณ 2 ชั้น สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ประมาณพ.ศ. 2447 โดยนายตั้งชิ่วไหล เชื้อชาติและสัญชาติจีนเป็นผู้สร้าง ซึ่งท่านได้สมรสกับนางใจ้ หรือจ้าย บัวเผื่อน หญิงไทยชาวสวนเมืองจันทบูร บ้านหลังนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักอาศัยและที่ทำการค้าขายของครอบครัว มีชื่อร้านว่า ลิ่วหลี
ในภาษาจีน และรุ่งเรืองพานิช ในภาษาไทย ในสมัยนั้นที่บ้านหลังนี้มีสินค้ามากมายหลายชนิดที่นำมาขายให้กับชาวบ้านในตำบลหนองบัวและตำบลใกล้เคียง ในอดีตตลาดหนองบัวที่ตั้งของร้านนี้เคยเป็นตลาดใหญ่มีของขายแทบทุกอย่าง ชาวบ้านตำบลต่างๆ ต้องแวะเข้ามาซื้อหาสินค้าอุปโภคและบริโภคที่ตลาดแห่งนี้กันทั้งนั้น เพราะถนนหนทางยังไม่สะดวก การเดินทางจากตำบลหนองบัวซึ่งแม้จะอยู่ในเขตอำเภอเมืองแต่การเข้าไปในตัวเมืองจันทบูรก็ต้องใช้เวลามากเป็นวัน ที่บ้านหนองบัวนี้เป็นร้านค้าใหญ่ของตำบลมีผู้คนแวะเวียนมากันมากมาย ดังนั้นที่บ้านหลังนี้จึงมักหุงหาอาหารทำกับข้าวแบบท้องถิ่นไว้ให้ลูกค้าที่มาได้ทานกันอย่างอิ่มหนำในช่วงที่รอขนถ่ายสินค้าลงเรือที่จอดรอที่ท่าน้ำด้วย
ตัวอาคารเป็นเรือนแถวไม้ 2 ชั้น 3 คูหา หลังคาจั่ว โครงสร้างไม้เนื้อแข็ง หลังคาแต่เดิมมุงกระเบื้องว่าวซีเมนต์ แต่เนื่องด้วยวันเวลาที่ผ่านไปทำให้เกิดความชำรุดทรุดโทรมจึงเปลี่ยนมาเป็นกระเบื้องลอน การแบ่งพื้นที่ห้องต่าง ๆ ภายในอาคาร ชั้นล่างแบ่งเป็น 3 ส่วน มีผนังไม้ที่มีลวดลายฉลุที่สวยงามใช้เป็นที่ตั้งรูปเคารพและป้ายสักการะของบรรพบุรุษตามธรรมเนียนจีน ประตูบ้านเป็นประตูบานเฟี้ยม มีห้องนอนสองห้อง ชั้นสองเป็นพื้นที่โล่ง เดิมใช้เป็นที่เก็บสินค้าจึงมีช่องเจาะทะลุระหว่างชั้นบนและชั้นล่างเพื่อส่งถ่ายสินค้า
มีประตูบานเฟี้ยมเปิดออกไปยังระเบียงหน้าบ้าน ซึ่งจะมีระเบียงสองชั้น (ชั้นนอกและชั้นใน) โดยมีลูกกรงไม้เป็นที่กั้นเพื่อกันขโมย ลูกกรงไม้นี้มีกลไกในการเปิดปิด สามารถถอดลูกกรงไม้นี้ให้ออกไปยังระเบียงชั้นนอกได้ การต่อไม้ไม่ใช้ตะปูแต่จะใช้เทคนิคงานไม้ขั้นสูง เช่น การต่อแบบปากฉลาม การต่อแบบหางเหยี่ยว การเจาะเสาให้ทะลุแล้วเอาคานไม้สอดลอดไปยังเสาอีกต้นหนึ่ง ใช้เดือยไม้แทนตะปู มีสลักกลไกต่างๆ ในการเปิดปิดประตู โดยไม่มีอุปกรณ์ลูกบิด พื้นบ้านเป็นไม้ แต่ละชิ้นมีหน้ากว้างอย่างน้อย 12 นิ้ว ปัจจุบันยังคงสภาพตามรูปแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิม มีการเปลี่ยนแปลงเฉพาะในส่วนวัสดุมุงหลังคาเท่านั้น
Ban Nong Bua
- Location: No.38 Mu 7 Tambon Nong Bua, Amphoe Mueang, Chanthaburi
- Proprietor: Lanchakon Hitopakon
- Construction Date: c.1904
- Conservation Awarded Date: 2014
- Category: Private residences
Ban Nong Bua is a 2-storey ancient wooden house built in the reign of King Rama V circa 1904 by Mr. Tang Siu Lai, a Chinese native who married Mrs. Chai Buaphuean, a Thai local of Chanthabun. The house was built as a residence and shop house which was called “Liu Li” in Chinese or “Rung Rueang Phanit” in Thai. The shop sold a variety of goods to the locals of Nong Bua and neighboring towns. In the past, Nong Bua Market where the shop was located was a large market where all sorts of goods were sold. Shoppers from surrounding areas came to this market because the communication routes were not well-developed, thus travelling from Nong Bua Subdistrict to the town of Chanthabun took a whole day. This shop, being a large shop in the area, was very active with customers, therefore, the owners always prepared food for customers who were waiting for goods to be loaded onto the boats at the pier.
The house is a wooden shop house, 2-storey, 3-unit, gable roof which was originally roofed with rhombus cement tiles but after the original tiles were deteriorated were changed to asbestos tiles. The ground floor is divided into 3 parts, the part that houses the altar for images of worship and ancestral plaques has decorative wood panels; the folded door shop front; and 2 bedrooms. The upper floor is open, originally use as goods storage, therefore, a part of the floor is open for transferring goods from upper to lower floor; there are folding doors which opens to the front balcony which comprises 2 parts (inner and outer parts), between which are wooden grilles to prevent thieves which can be opened by hidden mechanism. Wood jointing is done by high jointing techniques without nails. The opening and closing of doors and windows are done by special mechanisms without locking instruments. The floor is wooden planks; each of whic is at least 12” wide. The original architectural features are well-preserved, only the roofing materials have been changed.




















ชุมชนหนองบัว จันทบุรี

























